Kancolle Fanfic : โยโร้ฉู่เฮ้าส์เดอะซีรี่ย์ Nowaki x Maikaze Part 1

Title : โยโร้ฉู่เฮ้าส์เดอะซีรี่ย์

Pairing : Nowaki x Maikaze

Fandom : Kantai Collection -Kancolle-

Note : เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ในที่สุดก็ได้ฤกษ์แต่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

—————————

เวลาแปดนาฬิกา เช้าของวันอันแสนสงบสุขวันหนึ่งสำหรับประชากรเมืองคังโคเระโดยส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กสาวคนนึงที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้และตอนนี้เด็กสาวคนที่ว่านั้นก็กำลังยืนจ้องประตูเมืองด้วยสายตาเหลือเชื่อปนแปลกประหลาดใจกับรูปลักษณ์ของประตูเมืองที่แทบจะไม่มีส่วนไหนที่บ่งบอกถึงความเป็นประตูเมืองเลยสักนิด นี่ถ้าไม่เพ่งดีๆ เด็กสาวก็หลงนึกว่าประตูเมืองเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองไปแล้วด้วยซ้ำ ก็มันช่างกลมกลืนกับกำแพงเมืองรอบๆ เสียขนาดนี้

ดูเหมือนว่าฟ้าจะเห็นใจเด็กสาวผู้ซึ่งตามหาประตูเมืองมาได้หลายชั่วโมงแล้ว เพราะไม่นานหลังจากที่เด็กสาวยืนจ้องนั้น บานประตูข้างหนึ่งก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ที่เปิดมัน ซึ่งก็บังเอิญว่าดันเป็นคนรู้จักของเด็กสาวผู้กำลังยืนจ้องประตูเมืองอยู่พอดีเสียด้วยสิ

“โอ๊ะ นั่นโนวากิจังไม่ใช่เหรอ? เฮ้~~~” เด็กสาวเจ้าของเรือนผมซอยสั้นสีดำที่มีแซมขาวในบางส่วนนั้นตะโกนทักทายขึ้น เสียงทักทายนั้นเองที่ทำให้เด็กสาวผู้มาใหม่หรือโนวากิรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกอง เพราะเด็กสาวกำลังนึกอยู่พอดีเลยว่าต้องทำยังไงถึงจะได้เข้าเมืองกันนะ…

“พี่โทกิสึคาเซะ ทำไมมาอยู่แถวนี้ได้กันละคะ? อ๊ะ สวัสดีค่ะพี่อามัทสึคาเซะ” โนวากิร้องทักเด็กสาวผมดำกลับพลางวิ่งเข้าไปหา ก่อนจะร้องทักเด็กสาวอีกคนที่เดินตามหลังโทกิสึคาเซะมาด้วย ซึ่งเด็กสาวก็ได้รับคำทักทายกลับเป็นรอยยิ้มกว้างของอามัทสึคาเซะ ในขณะที่โทกิสึคาเซะนั้นขมวดคิ้วกับคำถามที่ฟังดูแปลกๆ ในความคิดเธอไปแว่บนึง

“ถามอะไรแปลกๆ ก็งานเฝ้าประตูเมืองมันเป็นหน้าที่ของพวกเราสองคนนี่น่า” โทกิสึคาเซะว่า

“หา!?”

…ใครมันช่างคิดให้เด็กสาวมายืนเฝ้าประตูเมืองเพียงแค่สองคนกันเนี่ย…

โนวากิคิดในใจแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อและยืนฟังเด็กสาวผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวของเธอทั้งสองคนอธิบายเกี่ยวกับตัวเมืองคร่าวๆ ให้ฟัง ซึ่งมีหลายต่อหลายครั้งที่โนวากิถึงกับร้องอุทานด้วยความตกใจปนอึ้งในเรื่องราวเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิวัติจนประชากรถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายอันได้แก่ “แก๊งค์มาเฟีย” และ “สมาคมกุลสตรี” (ที่ถูกเรียกอย่างง่ายๆ ว่าพวกคนเถื่อนและเหล่าแม่บ้าน) หรือเรื่องของข่าวลือต่างๆ นาๆ ในเมือง และก็รวมไปถึงสารทุกข์สุขดิบของเหล่าพี่น้องบ้านคาเงโร่คลาส จนกระทั่งเวลาล่วงเข้าใกล้สิบนาฬิกานั่นแหละ…

“เรื่องทั้งหมดมันก็ประมาณนี้น่ะแหละ อ้าว โนวากิจังอึ้งไปแล้วอ่ะอามัทสึคาเซะ…” โทกิสึคาเซะที่พูดสรุปเรื่องราวทั้งหมดให้โนวากิฟังนั้นสะกิดเรียกอามัทสึคาเซะ เมื่อเห็นว่าน้องสาวตัวเองไร้ซึ่งการตอบสนองไปเสียแล้ว

“โนวากิจัง ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” อามัทสึคาเซะถามอย่างเป็นห่วงพลางเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะหยุดเขย่าเมื่อโนวากิยกมือขึ้น

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่อามัทสึคาเซะ พี่โทกิสึคาเซะ แค่สมองประมวลข้อมูลไม่ทัน…” โนวากิว่าพลางยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง ไอ้การที่ต้องมานั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดในเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงเนี่ย มันก็ยากเหมือนกันนะ…

“ก็สมควรอยู่หรอก ก็โทกิสึคาเซะเล่นเล่าไม่หยุดแถมยังไม่เปิดโอกาสให้โนวากิจังถามเลยสักนิดนี่น่า” อามัทสึคาเซะส่งสายตาดุๆ ไปยังโทกิสึคาเซะที่บัดนี้ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แต่ก็มิวายแก้ตัวขึ้นมาว่า

“ก็ช่วยไม่ได้นี่น่า เกิดพวกแมวมองของพวกคนเถื่อนกับแม่บ้านมาเจอโนวากิจังเข้าก่อนที่พวกเราจะเล่าเรื่องจนจบก็แย่น่ะสิ เรื่องพวกนี้น่ะมันต้องให้พวกเราพี่น้องเล่าเองสิถึงจะถูก ไปฟังชาวบ้านเค้าพูดถูกๆ ผิดๆ ได้ยังไงล่ะ”

“ก็ถูกของเธอ ยิ่งเรื่องบ้าๆ พวกนี้ดันเกิดขึ้นเพราะ…” อามัทสึคาเซะชะงักคำพูดตัวเองไป แต่การกระทำเช่นนั้นกลับทำให้โนวากิรู้สึกทะแม่งๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองคังโคเระมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก

“เอ่อ ช่างมันเถอะนะ ฉันเองก็ไม่มีหลักฐานด้วยสิ ว่าแต่โนวากิจังอยากไปเจอกับไมคาเซะรึเปล่าละ?”

อามัทสึคาเซะเปลี่ยนเรื่องคุยในทันทีด้วยการพูดถึงเด็กสาวคนนึงที่โนวากิอยากพบมากที่สุด แน่นอนว่าอามัทสึคาเซะเลือกเรื่องที่จะเบี่ยงประเด็นได้ดีมากเพราะเพียงแค่ชื่อของไมคาเซะถูกเอ่ยออกมานั้นก็ทำให้สมองของโนวากิแทบจะโยนข้อสงสัยก่อนหน้านี้ออกไปจากหัวของเธอเกือบเกลี้ยงแล้ว

“ไปค่ะไป! ฉันคิดถึ….อยากเจอไมคาเซะจะแย่แล้วล่ะค่ะ!”

…เก็บอาการหน่อยเถอะโนวากิจัง…

อามัทสึคาเซะกับโทกิสึคาเซะมองอาการตื่นเต้นสุดขีดของโนวากิแล้วก็ได้แต่หัวเราะในใจ ก่อนจะพาโนวากิเข้าตัวเมืองและเดินตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ชาวเมืองรู้จักกันดีในนามของ “โยโร้ฉู่เฮ้าส์” แต่เมื่อทั้งสามเดินไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้นก็ได้รับการต้อนรับอย่าง…ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เสียแล้ว

ร่างโปร่งของคังมุสุสองสามคนที่ยืนขวางถนนหนทางเบื้องหน้าเอาไว้นั้น ได้กระตุ้นต่อมสงสัยของเด็กสาวทั้งสามที่กำลังเดินตรงไป แต่ก่อนที่จะได้พูดคุยอะไรกันนั้น พวกเธอก็ถูกล้อมไว้เสียแล้วโดยคังมุสุอีกสามคนที่ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลัง และสิ่งนึงที่โทกิสึคาเซะรับรู้ได้แทบจะทันทีคือ…คังมุสุที่ล้อมพวกเธอไว้เป็นคนของมาเฟียทั้งหมด…

“เฮ้ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ยเทนริวซัง…” โทกิสึคาเซะถามหญิงสาวที่ดูจะเป็นแกนนำการก่อเหตุในครั้งนี้เสียงเครียดพลางเอาตัวบังโนวากิที่ยังคงงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ ในขณะที่อามัทสึคาเซะนั้นก็แสดงอาการแบบเดียวกันกับเด็กสาวผมดำ แถมดูเหมือนจะหงุดหงิดเสียยิ่งกว่าซะอีก

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเทนริวฉีกยิ้มกว้างพลางตอบคำถามว่า “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่มารับตัวสมาชิกร่วมแก๊งค์คนใหม่เท่านั้นเอง”

“พูดเรื่องบ้าๆ อะไรกันน่ะค่ะเทนริวซัง ฉันไม่ให้โนวากิจังไปด้วยหรอกนะ แค่เรื่องของอิโซคาเซะจังก็เกินพอแล้ว” อามัทสึคาเซะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่สูงขึ้นมาอย่างผิดปกติ ซึ่งโทกิสึคาเซะที่อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลานั้นเข้าใจดีเลยล่ะว่าทำไม

…ก็ตอนรอบของอิโซคาเซะจังดันมีการลงไม้ลงมือกันนี่หว่า อามัทสึคาเซะจะฉุนมากขนาดนี้มันก็ไม่แปลกหรอก เหอะๆๆ…

โทกิสึคาเซะคิดพลางขยับมือไปจับปืนพกที่ตัวเองเก็บไว้ในกระเป๋าเผื่อยามฉุกเฉิน และดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะคิดแบบเดียวกับเธอเสียด้วยเพราะมือของเทนริวเริ่มขยับไปแตะด้ามดาบที่ห้อยอยู่ข้างเอวแล้ว สถานการณ์รอบด้านเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้ว…

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันต้องไปอยู่กับพวกคน…แก๊งค์มาเฟียสินะคะ”

จู่ๆ โนวากิก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาทุกการกระทำหยุดนิ่งและส่งสายตาไปมองเด็กสาวผมเทาอย่างตกตะลึง แล้วก็ต้องตะลึงหนักขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเสียงของคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้

“ใช่แล้วล่ะ ดูยอมรับง่ายดีนี่”

ทุกคนในบริเวณยกเว้นโนวากินั้นหันไปยังต้นเสียงอย่างตื่นตกใจและก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นร่างสูงของหญิงสาวผิวเข้มผู้ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียคนปัจจุบัน มุซาชินั่นเอง ในขณะที่โนวากินั้นจ้องมองผู้มาใหม่อย่างพิจารณาเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อของหญิงสาวจากปากของเทนริว

“มุซาชิซัง ทำไมมาอยู่แถวนี้ได้ล่ะค่ะ!?” เทนริวถามขึ้นหลังจากตั้งสติได้ แน่นอนว่านี่เป็นคำถามที่เกือบทุกคนในบริเวณนี้อยากรู้เป็นอย่างยิ่ง

มุซาชิเลิกคิ้วให้กับคำถามดังกล่าว “ก็แค่แวะมาซื้อไอติมร้านมามิยะก็เท่านั้นเอง”

…แค่นั้นน่ะเหรอคะ!!!!!!!!!!!!!!!…

เสียงตะโกนดังขึ้นในใจของทุกคนที่ได้ยินคำตอบดังกล่าว บางทีหนังสือพิมพ์คังโคเระนิวส์ฉบับวันพรุ่งนี้คงจะได้เรื่องของมุซาชิไปพาดหัวข่าวในหน้าหนึ่งเป็นแน่แท้ (ถ้ากล้าพอละนะ) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักซะหน่อย…

มุซาชิกวาดตามองสีหน้าตื่นตะลึงของหลายๆ คนในบริเวณนั้นอย่างผ่านๆ ก่อนจะสะดุดกึกกับนัยน์ตาสีเทาที่มองมาอย่างไม่เกรงกลัวของโนวากิ (อันที่จริงแล้วโนวากิก็แค่ไม่คิดอะไรมากเท่านั้นเอง…) หญิงสาวผิวเข้มหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างพึงพอใจไม่น้อยกับว่าที่สมาชิกคนใหม่ของแก๊งค์

…แววตาดีๆ แบบนี้ขืนปล่อยให้ไปอยู่กับพวกโยโร้ฉู่ก็น่าเสียดาย เซนส์ยาฮางินี่แม่นไม่เบาจริงๆ…

“เธอ…” มุซาชิชี้นิ้วไปยังโนวากิ “โนวากิสินะ ถ้าเข้าใจแล้วก็ตามฉันมา เทนริว ล่วงหน้ากลับไปจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่ก่อนได้เลย”

“โอ๊ส เข้าใจแล้วล่ะมุซาชิซัง เอ้า พวกเรากลับ!” เทนริวพยักหน้ารับอย่างแข็งขันก่อนจะหันไปเรียกลูกน้องของตัวเองให้ล่วงหน้ากลับไปด้วยกัน

ด้านโนวากินั้นก็ได้แต่ส่งสายตาอย่างรู้สึกผิดให้กับพวกพี่ๆ ของตนเอง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ถ้ายังไง…ไว้ฉันจะไปหาไมคาเซะทีหลังเองแล้วกันค่ะ ฝากบอกให้ทีนะคะพี่อามัทสึคาเซะ พี่โทกิสึคาเซะ”

“อา..เอางั้นก็ได้อยู่หรอก พวกฉันอยู่ที่โยโร้ฉู่เฮ้าส์นะอย่าลืมล่ะ” โทกิสึคาเซะพยักหน้ารับอย่างอดเสียดายไม่ได้

“เฮ้อ…ให้ตายสิ ไว้จะบอกให้ก็แล้วกัน แต่รีบๆ ไปหาไมคาเซะหน่อยก็ดีนะ รายนั้นก็คิดถึงเธอเหมือนกัน” อามัทสึคาเซะว่า “ฝากทักทายพวกชิรานุยแทนทีล่ะ”

“ค่ะ!” โนวากิรับคำ ก่อนจะเดินไปหามุซาชิที่ยังคงยืนรอตัวเองอยู่อย่างไม่คิดอะไรมากพลางนึกในใจว่า

…เรื่องของไมคาเซะไว้คืนนี้แอบหนีออกมาก็ได้ล่ะมั้ง…

—————————

Part 2 ไม่รู้เมื่อไหร่ ไปเวลเรือ+เวลดาบต่อล่ะ //เผ่นกันดื้อๆ

Kancolle Fanfic : โยโร้ฉู่เฮ้าส์เดอะซีรี่ย์ Nowaki x Maikaze Part 1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s