Kancolle Fanfic : การซ้อมรบ

Title : การซ้อมรบ

Pairing : เหมือนจะ Shiranui x Kagerou x Kuroshio

Fandom : Kantai Collection -Kancolle-

Note : ไม่รู้นึกไงแต่งจนจบเฉย www ส่วนตรง Pairing นั่นแค่ใส่ไว้เฉยๆ อ้อ ความจริงแล้วคนเขียนอวย Kagerou x Kuroshio นะ www

—————————

…วันนี้คืออีกหนึ่งวันที่ไม่ธรรมดาของเหล่าเรือพิฆาตระดับชั้นคาเงโร่…

“สวัสดียามเช้าค่ะทุกคน วันนี้ฉัน เรือลาดตระเวนหนักระดับชั้นอาโอบะ ลำดับที่หนึ่ง อาโอบะจะมาเป็นผู้บรรยายการซ้อมรบของเช้าวันนี้นะคะ อาห์ นั่งอยู่ตรงนี้ลมเย็นดีจังเลย”

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีม่วงที่ถูกรวบมัดไว้เป็นทรงหางม้าเอ่ยผ่านไมโครโฟนที่ตนเองกำลังถือไว้อยู่ ซึ่งเสียงดังกล่าวนั้นดังผ่านลำโพงที่ถูกติดตั้งไว้รอบๆ ท่าเรือของฐานทัพแห่งนี้ โดยบริเวณที่เด็กสาวนั่งอยู่นั้นได้ถูกกางเต๊นท์ผ้าใบเอาไว้ด้วย ซึ่งผิดกับจุดอื่นๆ ที่ไม่มีอะไรกางไว้บังแดดเลย

…ไม่ต้องพูดก็ได้นะ…

เสียงความคิดของหลายๆ คนที่ได้ยินดังขึ้น แต่แน่นอน อาโอบะไม่รู้หรอกว่าตัวเองไปเพิ่มความหมั่นไส้ให้โดยไม่รู้ตัว เพราะเจ้าตัวยังคงพูดบรรยายต่อไปว่า

“และวันนี้นอกจากฉันแล้วก็ยังมีผู้บรรยายพิเศษอีกสองคน…เอ่อ หนึ่งคนกับหนึ่งตัวค่ะ คนแรกคือเรือพิฆาตระดับชั้นคาเงโร่ ลำดับที่หนึ่ง คาเงโร่ซังค่าาาา” อาโอบะเอ่ยพลางผายมือไปยังเด็กสาวเจ้าของทรงผมทวินเทลสีน้ำตาลอมส้มซึ่งนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ด้านซ้ายของเธอ “คาเงโร่ซัง รู้สึกยังไงที่อดไปซ้อมรบเหมือนกันพวกน้องๆ บ้างคะ?”

คาเงโร่ตวัดนัยน์ตาสีม่วงที่ฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่บังใส่คนถาม เล่นเอาผู้อาวุโสกว่าถึงกับเหงื่อตกนิดๆ เลยทีเดียว ก่อนจะได้ยินคำตอบที่หลุดออกจากริมฝีปากของเด็กสาวว่า

“เซ็งมากค่ะ…”

อาโอบะยิ้มแห้งๆ แล้วหันไปด้านขวาของตนเองแล้วยิ้มอย่างละเหี่ยใจ เมื่อเห็นสภาพของหมาป่าขนดำ(อืม คุณอ่านไม่ผิดหรอกนะ) กำลังนอนขดตัวอย่างสบายใจเฉิบอยู่บนโต๊ะ เด็กสาวผมม่วงถอนหายใจเล็กน้อย

“ดุเหมือนว่าผู้บรรยายอีกตัวของพวกเราจะหลับปุ๋ยไปแล้วล่ะค่ะ ช่วยไม่ได้ละนะ นี่ไม่ใช่เวลาตื่นนอนของผู้การนี่น่า อ๊ะ ผู้เข้าแข่งขันของพวกเรามาถึงกันแล้วล่ะค่ะ!”

สิ้นคำพูดของอาโอบะ ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณท่าเรือก็หันไปมองผืนทะเลเบื้องหน้าซึ่งบัดนี้ปรากฏร่างของเด็กสาวทั้งสิบสองคนในชุดเครื่องแบบของเรือพิฆาตระดับชั้นคาเงโร่ ยกเว้นคนนึงที่ดันใส่ชุดเครื่องแบบของเรือพิฆาตระดับชั้นยูกุโมะ(ซึ่งไม่มีใครคิดจะใส่ใจเพราะขนาดเจ้าตัวยังไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ) เด็กสาวทุกคนนั้นสวมใส่อาวุธครบมือ ที่แขนเสื้อข้างซ้ายนั้นติดปลอกแขนไว้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสองสีนั่นก็คือสีแดงกับสีน้ำเงิน และในบรรดาเด็กสาวเหล่านั้น มีอยู่สองคนที่ปลอกแขนมีรูปสมอเรืออันเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นเรือธง

…ตายล่ะหว่า ใครเอาสองคนนั้นมาเป็นเรือธงเนี่ย ไหนว่าจับฉลากไง….

คาเงโร่นึกเครียด หลังจากที่เพิ่งได้อ่านรายชื่อทีมทั้งสองที่ถูกส่งเมื่อตะกี้อย่างชัดๆ ก่อนจะฉุกนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็เลยหันไปทักอาโอบะว่า

“ว่าแต่ทำไมเรียกผู้เข้าแข่งขันละคะ นี่ซ้อมรบนะคะ ไม่ใช่งานกีฬาสี…”

“พอดีว่านึกคำหรูๆ ไม่ออกก็เลยเรียกแบบนี้ไปน่ะค่ะ” อาโอบะยิ้มกว้าง ก่อนจะบรรยายต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของคาเงโร่และอีกหลายคนที่เปลี่ยนไปหลังจากได้ยินคำแก้ตัวของเธอเลยสักนิด

“งั้นก็ประกาศรายชื่อกันเลยดีกว่าเนอะ

ทีมแดง – เรือธง ชิรานุย

ฮัทสึคาเซะ

อามัทสึคาเซะ

อิโซคาเซะ

ทานิคาเซะ

ไมคาเซะ

ทีมน้ำเงิน – เรือธง คุโรชิโอะ

ยูกิคาเซะ

โทกิสึคาเซะ

อุระคาเซะ

ฮามะคาเซะ

อากิกุโมะ

อืม แต่ละทีมดูไม่เลวเลยนะคะ คิดยังไงบ้างคะคาเงโร่ซัง”

“ก็ดีค่ะ อย่างน้อยๆ คุโรชิโอะกับชิรานุยก็อยู่คนละทีมกัน…” คาเงโร่พูดพลางนึกในใจอย่างเครียดๆ ว่า

…หวังว่ามันจะไม่กลายเป็นศึกเรือธงห่ำหั่นกันเองนะ…

“โอ้ อย่างงั้นเหรอคะ งั้นเดี๋ยวจะอธิบายกติกาคร่าวๆ นะคะ เนื่องจากการซ้อมรบวันนี้เป็นรอบพิเศษ กติกาที่ใช้เลยเปลี่ยนไปพอสมควรค่ะ ด้วยรักและหวังดีจากผู้การของพวกเราเชียวนะคะเนี่ย กติกามีอยู่ว่า…”

ระหว่างอาโอบะกับคาเงโร่กำลังสารยายกติกาอยู่นั้น ในท้องทะเลเองก็กำลังฟาดปากอย่างเมามันส์จนแทบจะไม่ได้ฟังในสิ่งที่ผู้บรรยายทั้งสองพูดเลยสักนิด

“ไม่นึกเลยน้าว่าจะได้มาซ้อมรบกันเองแบบนี้ด้วย”

คนที่เปิดปากพูดคนแรกก็คือเด็กสาวเจ้าของเรือนผมซอยสั้นสีดำสนิทกับนัยน์ตาสีเหลืองทอง ซึ่งหลังจากที่เด็กสาวพูดเสร็จก็หันไปสบตากับเด็กสาวเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสกับผมหางม้าสีชมพูผู้เป็นเรือธงของทีมแดงอย่างวาวโรจน์ แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็ส่งสายตาแบบเดียวกันกลับมา

“แต่น่าหงุดหงิดนิดหน่อยที่ดันใช้เกณฑ์ห้องพักเดียวกันแยกทีมด้วยเนี่ยสิ” เด็กสาวในชุดเครื่องแบบของระดับชั้นยูกุโมะบ่น ก่อนจะโดนเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าว่ากลับ

“ดีแล้ว เพราะไม่งั้นอามัทสึคาเซะโดนเธอแกล้งจนไม่ได้ซ้อมรบกันพอดีแน่ๆ”

“เอ่อ ฮัทสึคาเซะ ไม่ต้องพูดก็ได้นะ…” เด็กสาวที่ชื่ออามัทสึคาเซะยิ้มเจื่อนๆ

เด็กสาวผมดำยาวสลวยผู้มีนามว่าอิโซคาเซะเอ่ยขึ้นมาบ้างว่า “อืม ได้ยินมาว่ารอบนี้มีรางวัลพิเศษด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าอะไรเนี่ยสิ…”

“รางวัลพิเศษเนี่ยสำหรับผู้ชนะหรือผู้แพ้…”

“ไม่รู้สิ”

“เออใช่ แล้วทำไมเรือธงฝั่งนู้นถึงกลายเป็นคุโรชิโอะไปได้ล่ะ?” เด็กสาวผมดำที่ตัดสั้นคนละสไตล์กับคุโรชิโอะเอ่ยถามขึ้น

“ก็จับฉลากได้มาแบบนี้อ่ะทานิคาเซะ” คุโรชิโอะตอบกลับ

“จะว่าไปเมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียงจากฝั่งเลยนะ” เด็กสาวผมสีเงินเอ่ยขึ้น หลังจากยืนฟังพวกพี่ๆ น้องๆ คุยกันมาตั้งนาน เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งหมดจึงหันกลับไปยังท่าเรือ

“หันกันมาทำไมน่ะ…” คาเงโร่ที่เพิ่งจะอธิบายกติกาเสร็จขมวดคิ้ว ก่อนจะรู้สึกอยากล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินคำพูดจากพวกน้องๆ ของตนที่ว่า

“เมื่อกี้พูดอะไรงั้นเหรอ?”

“หัดฟังกันบ้างสิยะ!” คาเงโร่ตวาดแว้ดอย่างลืมตัว ทำเอาหลายคนในกลุ่มถึงกับหัวหดตัวลีบ ก่อนจะหันไปมองอาโอบะให้ช่วยพูดแทนให้ที

“โอเค งั้นคราวนี้จะอธิบายอย่างรวบรัดเลยนะ กฎที่ใช้ในการซ้อมรบคราวนี้คือกฎเรือธงค่ะ พูดง่ายๆ คือการซ้อมรบคราวนี้นั้นจะสิ้นสุดลงทันทีถ้าหากว่าเรือธงของฝ่ายใดฝ่ายนึงหมดสภาพลงค่ะ เวลาที่ใช้ไม่มีจำกัด ขอแค่ล้มเรือธงอีกฝั่งให้ได้ก็พอ เข้าใจมั้ยคะ?”

“เข้าใจ!!!”

“อนึ่ง ถ้าหากว่าเรือธงทั้งสองฝ่ายหมดสภาพพร้อมๆ กัน การซ้อมรบคราวนี้จะถือว่าแพ้คู่ค่ะ และต้องโดนลงโทษเหมือนกัน ซึ่งบทลงโทษในคราวนี้ก็คือข้าวแกงกะหรี่สูตรสเปเชี่ยลของฮิเอย์ซังค่ะ เพราะฉะนั้นพยายามเข้านะ”

“อะไรน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

เสียงตะโกนอย่างตกตะลึงปนกรีดร้องดังลั่นมาจากฟากฝั่งของเหล่าผู้ที่ยืนอยู่บนผืนทะเลทั้งสิบสองชีวิต ขนาดคนมาดเยอะอย่างชิรานุยยังตะโกน…แต่ทว่าอาโอบะก็ยังคงไม่สนใจและบรรยายต่อไปท่ามกลางเสียงร้องเหล่านั้น

“ผู้การบอกมาค่ะ อ๊ะ เหมือนเห็นคาเงโร่ซังทำหน้าโล่งอกมากๆ ตอนนี้ดีใจแล้วสินะคะที่ไม่ได้ไปซ้อมรบ”

“ดีใจมากๆ เลยค่ะ! อ้อ ลืมบอกไป ฝ่ายผู้ชนะจะได้รางวัลด้วยนะ แล้ว…เดี๋ยวนะผู้การ รางวัลพิเศษสำหรับเรือธงของฝ่ายที่ชนะนี่หมายความว่ายังไงกันน่ะ?”

คาเงโร่หันไปถามผู้การร่างหมาป่าที่บัดนี้เหมือนจะตื่นแล้ว(มั้ง) แล้วก็ได้รับคำตอบที่ยียวนกวนประสาทซะไม่มีว่า

“ก็หมายความว่าตามนั้นน่ะแหละ ส่วนของรางวัลยังไม่บอกหรอกนะ จบการซ้อมรบก่อนค่อยว่ากัน…คร่อก”

…บอกว่ายังไม่ได้คิดก็ได้นะ…

คังมุสุมุงหลายคนคิดในใจ ก่อนจะปัดความคิดนั้นออกจากสมองของตนเองกันไป เพราะตอนนี้เหล่าเด็กสาวเรือพิฆาตทั้งสองทีมเริ่มแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่ง ณ จุดเริ่มต้นของแต่ละทีมแล้ว

“ดูเหมือนว่าทั้งสองทีมจะพร้อมแล้วล่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็….ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง สตาร์ท!!!”

สิ้นเสียงของอาโอบะ เหล่าเด็กสาวทั้งสิบสองคนต่างก็พากันปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองตามที่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ทันที ถึงแม้ว่าจะขลุกขลักไปบ้างเนื่องจากเจอกติกาใหม่เข้า แต่ด้วยลูกฮึดบวกกับการที่ไม่อยากโดนบทลงโทษจึงทำให้ไม่มีใครคิดอยากจะยอมแพ้กันสักคน

“ชิรานุย ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยทำตัวสงบเสงี่ยมหน่อยนะ อย่าซ่านักล่ะ พวกฉันยังไม่อยากกินข้าวแกงกะหรี่ของฮิเอย์ซัง…” ฮัทสึคาเซะเอ่ยขึ้นขณะยืนมองอามัทสึคาเซะที่พุ่งเข้าไปปะทะกับอากิกุโมะ

“รู้แล้ว…” ชิรานุยพึมพำกลับ ตอนแรกเธอก็ว่าจะพุ่งเข้าไปสู้กับคุโรชิโอะอยู่หรอก แต่พอเจอกติกาใหม่เข้าไป เลยได้แต่ยืนนิ่งๆ อยู่ด้านหลังคนอื่นเสียอย่างนั้น และดูเหมือนว่าคนที่เธออยากจะสู้ด้วยเต็มแก่ก็คิดแบบเดียวกันเนี่ยสิ…

เวลาผ่านไปได้สักสิบนาที ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยังไม่มีใครได้รับความเสียหายมากนัก เพราะการเข้าปะทะที่ผ่านมานั้นเป็นการลองเชิงซะส่วนมาก ประกอบกับไม่มีใครกล้าทำอะไรผลีผลามอีก แต่ดูเหมือนว่าเวลาแห่งการหยั่งเชิงจะหมดลงแล้วเสียด้วย…เมื่อจู่ๆ ก็มีตอร์ปิโดจากไหนก็ไม่รู้เล็ดลอดเข้ามาแถมพุ่งตรงไปยังอามัทสึคาเซะที่ดันยืนอยู่ใกล้เรือธงอย่างชิรานุยที่สุด

ตู้ม!

“กรี๊ดดดดดดดดดด”

“อามัทสึคาเซะ!!”

คนในทีมแดงร้องเสียงหลงกันเป็นแถบเมื่อเห็นสภาพเพื่อนร่วมทีมที่ตอนนี้น่าจะเสียหายระดับกลาง ในขณะที่ทีมน้ำเงินเองก็หน้าเหวอไม่แพ้กัน ก็พวกเธอยังไม่ได้ยิงตอร์ปิโดออกไปสักลูก…แล้วมันมาจากไหน!?

“อุ๊ยตาย ดูเหมือนว่าเซอร์ไพรส์อย่างแรกของผู้การจะออกมาแล้วค่ะ! ไหนดูรายละเอียดทีสิ” อาโอบะอุทาน

คาเงโร่รับลูกต่อทันที “เซอร์ไพรส์อย่างที่หนึ่ง กลุ่มเรือดำน้ำที่นำโดย I-168 หรืออิมุยะซัง ไม่ขึ้นตรงกับทีมไหนทั้งนั้นกำลังดำน้ำอยู่บริเวณอาณาเขตสนามรบที่กำหนดไว้ เนื่องจากตอร์ปิโดมีจำกัดจึงยิงไม่บ่อยนัก และต่อให้จัดการได้ก็ไม่มีคะแนนพิเศษให้อยู่ดี แต่ถ้าไม่จัดการก็คงต้องระแวดระวังหนักกว่าเดิมหน่อยละนะ เพราะทีมเรือดำน้ำจะเล็งยิงแต่เรือธงเท่านั้น”

สิ้นคำพูดของคาเงโร่ ก็มีเสียงก่นด่าผู้การดังออกจากปากของเด็กสาวบางคนกันเลยทีเดียว แต่นั่นก็เป็นการขยับตัวครั้งแรกของชิรานุยกับคุโรชิโอะด้วยเช่นกัน สนามรบที่เมื่อสิบนาทีก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีอะไรมากจึงเริ่มร้อนระอุขึ้นมาแล้ว

“ฉันเกลียดเรือดำน้ำที่สุดในโลกเลย!”

อากิกุโมะ ทานิคาเซะและอุระคาเซะพูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย[1] ขณะแล่นคุ้มกันเรือธงของทีมตัวเองพร้อมกับใช้โซนาร์หาเรือดำน้ำไปด้วยเหมือนกันกับคนอื่นๆ ในทีม ไหนจะต้องคอยหลบกระสุนปืนของทีมตรงข้ามที่ดูจะเริ่มอยากปิดฉากการซ้อมรบนี้กันแล้ว…

ในผืนทะเลกำลังโกลาหลกันยกใหญ่เรื่องมือที่สามผู้ไม่ได้รับเชิญนั้น ด้านฝั่งผู้บรรยายนั่นกลับเป็นคนละเรื่องเลยทีเดียว…

“แหม่ ดูเหมือนว่าเซอร์ไพรส์แรกของผู้การพวกเราจะทำให้ในสนามปั่นป่วนน่าดูเลยนะคะ อ๊ะๆ อิโซคาเซะซังเกือบไปแล้วนะคะ เกือบไปแล้ว”

อาโอบะเองก็กำลังทำหน้าที่ผู้บรรยายข้างสนามอย่างสนุกสนานน่าดูเลยทีเดียวเชียว ในขณะที่คาเงโร่นั้นก็ได้แต่นั่งมองอย่างตั้งใจพร้อมทั้งช่วยอธิบายบางจุดที่อาโอบะข้ามไป แถมบางทียังจะอุตส่าห์บลัฟคนในสนามเรื่อยๆ อีกนะนั่น…

นับตั้งแต่เซอร์ไพรส์แรกปรากฏขึ้นมานั้น การซ้อมรบก็ชักจะดุเดือดเข้าไปทุกทีเฉกเช่นเดียวกับแสงแดดที่แผดเผาโลกและเริ่มมีคนบาดเจ็บประปรายบ้างแล้วไม่ว่าจะด้วยฝีมือตอร์ปิโดของเรือดำน้ำไม่ก็จากกระสุนปืนของเรือพิฆาตด้วยกันเนี่ยล่ะ แถมเรือธงอย่างชิรานุยกับคุโรชิโอะเองก็ไม่รู้ว่าใครไปยั่วโมโหอีกคนก่อนกันแน่จนอารมณ์เข้าใกล้จุดเดือดด้วยกันทั้งคู่และอยากจะพุ่งเข้าไปสวนหมัดใส่กันเองมากเข้าไปทุกที ก็บังเกิดเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ต่อมาจนได้

ฟิ้ว~

“….เสียงคุ้นๆ นะ….” ฮามะคาเซะที่อยู่ด้านหลังคุโรชิโอะเกริ่นขึ้นเบาๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามสาย แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพของบางสิ่งที่คุ้นตา

“คุโรชิโอะหลบเร็ว! เครื่องบินมา!” ฮามะคาเซะตะโกนลั่น ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงแค่คุโรชิโอะเท่านั้นที่หน้าเหวอ แต่ทุกคนในบริเวณนั้นก็เหวอตามไปด้วย

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนต่อต้านอากาศยานของฮามะคาเซะดังขึ้น แล้วจากนั้นเครื่องบินบางลำที่กำลังบินตรงมานั้นก็สลายกลายเป็นกระดาษไปพร้อมๆ กับที่เสียงบรรยายของอาโอบะดังขึ้นมา

“เซอร์ไพรส์ที่สองออกมาแล้วค่ะท่านผู้ชม! งวดนี้เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินทิ้งตอร์ปิโดของเหล่าเรือบรรทุกเครื่องเบาทั้งหลายค่ะ และเนื่องจากว่าคากะซังไม่อนุมัติให้พวกเราใช้เครื่องบินเทพๆ อย่างซุยเซย์[2]และริวเซย์[3] แต่อย่างใด เครื่องบินที่นำมาร่วมในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องบินธรรมด๊าธรรมดาอย่างไทป์ 99[4] และไทป์ 97[5] เท่านั้นค่ะ”

…ถึงเป็นเครื่องบินธรรมดาก็ไม่เอาโว้ย!…

เสียงกรีดร้องและก่นด่าของบรรดาเด็กสาวในสนามรบดังระงมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่คาเงโร่ซึ่งพอจะจับอารมณ์ของพวกน้องๆ ได้ก็ได้แต่หัวเราะในใจเงียบๆ และพยายามตีหน้านิ่งบรรยายต่อจากอาโอบะว่า

“เช่นเดียวกับทีมเรือดำน้ำของอิมุยะซัง เครื่องบินของเหล่าเรือบรรทุกเครื่องบินเบานั้นจะไม่ขึ้นกับทีมใดทีมนึง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือเครื่องบินเหล่านี้จะทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งก็หมายความว่าทุกคนมีโอกาสโดนเครื่องบินจู่โจมเหมือนกันหมดนั่นเอง”

“จบงานนี้ฉันจะไปฆ่าผู้การ!”

เสียงสบถของใครสักคนดังขึ้น เดาว่าน่าจะเป็นเสียงของอากิกุโมะไม่ก็ชิรานุย แต่ทว่ากลับโดนใจของใครหลายๆ คนในบริเวณนั้นอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าจบงานนี้ไปผู้การของฐานทัพนี้อาจจะต้องลี้ภัยสักระยะกระมัง…

จากที่แต่เดิมต้องคอยหลบทั้งกระสุนปืน ทั้งตอร์ปิโดของเรือดำน้ำก็ต้องเพิ่มระเบิดและตอร์ปิโดของเหล่าเครื่องบินที่คอยบินมาเป็นระยะๆ อีก ช่างเป็นการซ้อมรบที่ครบเครื่องเหลือเกิน…บรรดาเด็กสาวทั้งหลายประชดในใจ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมีการเปลี่ยนแผนการรบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้นั้นก็มีคนที่เสียหายหนักจนต้องออกจากสนามรบในที่สุด…

คนแรกที่ออกจากสนามรบก็คืออามัทสึคาเซะที่เสียหายมาแล้วก่อนหน้านี้ด้วยตอร์ปิโดของเรือดำน้ำ ก่อนจะโดนยิงซ้ำจนหมดสภาพโดยปืนของอากิกุโมะ ต่อจากอามัทสึคาเซะก็เป็นอุระคาเซะที่โดนระเบิดของเครื่องบินเข้าอย่างจัง แถมดันอยู่ใกล้กันกับไมคาเซะที่อยู่คนละทีมเสียด้วย เลยหมดสภาพไปตามระเบียบ และตามด้วยโทกิสึคาเซะ อิโซคาเซะ ฮามะคาเซะ ไมคาเซะตามลำดับ

ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างเหลือทีมละสามคนแล้ว การซ้อมรบกลับยิ่งดุเดือดมากขึ้นไปกว่าเดิมเสียอีก ถึงจะมีคนเริ่มหิวข้าวจากการที่เวลาล่วงเข้าใกล้เที่ยงวันเข้าไปทุกที แต่ก็ยังไม่มีใครหยุดการซ้อมรบครั้งนี้อยู่ดี และแล้ว…

ปัง!

จู่ๆ ชิรานุยก็ยิงพลุแสงที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหนขึ้นฟ้า ทำเอาทุกการกระทำในผืนทะเลขึ้นกับหยุดชะงักไปชั่วขณะเลยทีเดียว ก่อนที่เด็กสาวผมชมพูจะเอ่ยคำพูดที่ทำเอาหลายคนถึงกับอ้าปากค้างว่า

“ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่จบแน่ คุโรชิโอะ เข้ามาดวลกันเลยดีกว่า”

“เอาจริงเรอะชิรานุย” ทานิคาเซะที่ตอนนี้เสียหายเล็กน้อยเอ่ยขึ้น คือมันก็ดีอยู่หรอกที่เรือธงดวลกันเอง แต่ความเสี่ยงที่จะแพ้ก็สูงมากด้วยเช่นกัน

“เอายังไงดีคะ? คุโรชิโอะซัง” ยูกิคาเซะหันไปถามเด็กสาวผมดำที่จนถึงตอนนี้ยังไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แล้วก็ต้องเป็นฝ่ายขนลุกซู่ซะเองเมื่อเรือธงของตัวเองพูดขึ้นมาว่า

“ตกลง ส่วนที่เหลือก็ให้ไปจัดการเก็บกวาดพวกเครื่องบินกับเรือดำน้ำก็แล้วกัน ส่วนฉันกับเธอ…มาเลย! ทนรอมานานแล้วเนี่ย”

“งั้นก็ช่วยไม่ได้แฮะ พยายามเข้านะคุโรชิโอะ” อากิกุโมะพูดขึ้น ก่อนจะลากยูกิคาเซะไปอีกทางนึง ซึ่งก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังโดนฮัทสึคาเซะจ้องเขม็งแค่ไหน และเมื่อผู้ที่ไม่ใช่เรือธงถอยออกห่างจากบริเวณข้างเคียงแล้ว ทั้งชิรานุยและคุโรชิโอะก็….

ปัง!

“เอาแล้วล่ะสิคะท่านผู้ชม ตอนนี้กลายเป็นศึกปะทะระหว่างเรือธงไปแล้วค่ะ!! เอ๊ะ คาเงโร่ซังทำไมทำหน้าตาแบบนั้นละคะ?” อาโอบะหันมาถามเพื่อนร่วมบรรยายที่ตอนนี้นั่งกุมขมับแทนเสียแล้ว

…ฉันกะแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้!…

คาเงโร่ร้องคร่ำครวญในใจ ขณะจ้องมองภาพที่เด็กสาวผมชมพูกับเด็กสาวผมดำกำลังยิงแลกกระสุนปืนกับตอร์ปิโดอย่างเมามันส์ และถ้าเธอเดาไม่ผิดแล้วล่ะก็…อีกไม่นานนักจากการดวลปืนดวลตอร์ปิโดมันจะกลายเป็น….

ผัวะ!

…นั่นไง!!…

อาโอบะถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆ คาเงโร่ก็ทุบโต๊ะด้วยเสียงและแรงที่ดังมากทันทีที่เห็นว่าทั้งชิรานุยและคุโรชิโอะหันมาต่อยกันแทนแล้ว อาจจะเพราะกระสุนปืนกับตอร์ปิโดหมดแล้ว ทั้งสองคนนั้นจึงต้องต่อสู้ด้วยวิธีนี้แทน แต่คาเงโร่ก็ไม่ชอบใจอยู่ดี

…ก็รู้อยู่หรอกว่าสองคนนั้นคิดยังไงกับเธอและก็รู้ด้วยว่าทำไมถึงอยากตีกันเองนัก แต่ที่ผ่านมาเพราะเธอคุมเชิงมาโดยตลอดเลยไม่มีโอกาสซะที พอได้โอกาสเท่านั้นแหละ จัดเต็มกันเลยทีเดียวนะชิรานุย คุโรชิโอะ!…

เด็กสาวผมน้ำตาลบ่นในใจ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งไปยังโรงเก็บอาวุธที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วคว้าปืนขนาดลำกล้อง 12.7 เซนติเมตรกระโจนลงสู่ผืนทะเลทันที

“ดูเหมือนว่าคาเงโร่ซังจะทนไม่ไหวกระโจนลงสู่สนามรบแล้วล่ะค่ะทุกคน เอ๊ะ คาเงโร่ซังทำอะไรน่ะ?” อาโอบะเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทุกคนไม่ว่าจะยืนอยู่ในท่าเรือหรือว่าในสนามรบจะเบิกตากว้างกันหมดเมื่อเห็นคาเงโร่เอาปืนที่ถือมาฟาดลงกลางศีรษะของชิรานุยกับคุโรชิโอะอย่างแม่นยำและรุนแรงมากซะจนทั้งคู่ทรุดฮวบลงไปนอนหน้าคว่ำกับทะเลกันเลยทีเดียว…

“ยัยพวกบ้าเอ๊ย” คาเงโร่บ่นพึมพำพลางหันไปเรียกทานิคาเซะกับอากิกุโมะให้มาช่วยแบกซากของเด็กสาวทั้งสองกลับขึ้นฝั่ง ซึ่งแน่นอนว่าคนถูกเรียกทั้งสองก็ตอบรับคำขออย่างไม่กล้าหลีกเลี่ยง ก็ใครมันจะไปอยากโดนอย่างสองคนนั้นที่สลบไปก่อนหน้านี้กันเล่า

หลังจากนั้นสักพักใหญ่ เด็กสาวทั้งเจ็ดคน(ที่สองคนกลายเป็นซากไปแล้ว)ก็กลับขึ้นฝั่งมาจนได้ ท่ามกลางสายตาอึ้งของคนรอบข้าง คาเงโร่ที่ไม่คิดจะสนใจก็รีบพุ่งเข้าไปหาผู้การร่างหมาป่าทันทีและพูดคุยอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนแรกก็เถียงกันอยู่หรอก แต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายเด็กสาวที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างร่าเริง ก่อนจะเดินกลับมาหาพวกพี่น้องของตน ปล่อยให้ผู้การกับอาโอบะจัดการเรื่องที่เหลือกันไป

“คาเงโร่ไปคุยเรื่องอะไรมางั้นเหรอ?” ฮัทสึคาเซะที่อดใจไม่อยู่ถามขึ้นมา

“เรื่องบทลงโทษและของรางวัล” คาเงโร่ตอบหน้าตาย เล่นเอาคนที่เหลือเสียวสันหลังวาบกันเลยทีเดียว ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพี่ใหญ่ของระดับชั้นพูดต่อว่า

“เรื่องบทลงโทษทุกคนจะไม่โดนทำโทษแน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วง อ้อ ยกเว้นชิรานุยกับคุโรชิโอะนะ อันนี้ยอมไม่ได้จริงๆ ส่วนเรื่องของรางวัลที่เป็นตั๋วพักร้อนที่ฮอกไกโดนั้นผู้การบอกว่าจะแจกให้ทุกคนเลย แน่นอนว่ายกเว้นยัยสองคนนั้นเช่นกัน…”

“อ๊ากกกกก รักคาเงโร่ที่สุดเลยยยยยย” เหล่าคนที่ยังได้สติอยู่กระโจนกอดใส่คาเงโร่ไม่หยุดจนคนโดนกอดแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว เป็นเวลาพักใหญ่เลยทีเดียวกว่าที่คาเงโร่จะได้อากาศหายใจและเป็นอิสระ ซึ่งหลังจากนั้นบรรดาเด็กสาวทั้งหลายก็พาชิรานุยกับคุโรชิโอะไปที่อู่ซ่อมแซม ก่อนจะเดินไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันอย่างเฮฮา

เย็นของวันเดียวกัน หลังจากที่ชิรานุยกับคุโรชิโอะออกมาจากอู่ซ่อมแซมแล้วทั้งคู่ก็ถูกคาเงโร่ล็อกแขนไว้แล้วลากไปยังห้องผู้การ หลังจากนั้น…ก็ปรากฏว่าทั้งคู่ต้องเข้าอู่ซ่อมแซมกันอีกนานหลายวันเลยทีเดียวเชียว…ในขณะที่เหล่าเด็กสาวในระดับชั้นคาเงโร่ที่เหลือรวมทั้งตัวคาเงโร่เองด้วยก็เดินทางไปพักร้อนที่ฮอกไกโดกันอย่างสนุกสนาน

จบ…

—————————

[1] ทั้งสามลำถูกจมโดยเรือดำน้ำ อากิกุโมะถูกจมโดย USS Redfin (SS-272) เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1944 ทานิคาเซะถูกจมโดย USS Harder (SS-257) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 1944 และอุระคาเซะถูกจมโดย USS Sealion (SS-315) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1944

[2] เครื่องบิน Yokosuka D4Y

[3] เครื่องบิน Aichi B7A

[4] เครื่องบิน Aichi D3A หรือ Val

[5] เครื่องบิน Nakajima B5N หรือ Kate

Kancolle Fanfic : การซ้อมรบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s