Kancolle FanFic : 2 November [Hatsukaze x Yukikaze]

Title : 2 November

Pairing : Hatsukaze x Yukikaze

Fandom : Kantai Collection -Kancolle-

Note : ตอนแรกว่าจะไม่เอาลงบล็อก แต่เห็นว่ามันร้างมาก…ก็เลยมาปัดฝุ่น ภาษาอาจจะแปลกๆ ไปหน่อย ไม่ได้แต่งนานล่ะ

——————————-

วันที่ 2 พฤศจิกายน…

ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิดนั้นมีเสียงคลื่นน้ำที่สาดกระเซ็น เสียงของผู้คนที่ตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นไม่หยุด เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าคนนึงกำลังยืนอยู่ ณ บริเวณสะพานเดินเรือของเรือลำนึง ไม่มีใครในห้องนั้นเห็นตัวเธอ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังมัวแต่วุ่นวายอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะตัวเธอนั้นใสจางลงจนแทบจะกลืนไปกับสภาพรอบกายแล้ว

เด็กสาวมองรอบๆ ด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง แต่แล้วเธอก็ยืนงงได้ไม่นานนัก เพราะจู่ๆ ก็มีเสียงโครมดังขึ้นมาจากบริเวณหัวเรือ เสียงนั้นดังขึ้นมาพร้อมๆ กับแรงสั่นสะเทือนที่ทำเอาหลายคนถึงกับทรงตัวไม่อยู่ ทว่าเด็กสาวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับแรงสั่นสะเทือนเมื่อกี้ทำอะไรเธอไม่ได้ แต่มันก็เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้นเมื่อเสียงเหมือนอะไรสักอย่างหักดังขึ้น มันแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่มือของเด็กสาวก็เลื่อนไปแตะบริเวณลำคอโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกหวาดกลัวอะไรบางอย่างเริ่มเอ่อล้นเข้ามาในจิตใจของเธอ แล้วหูก็ได้ยินคำพูดนึงที่ตะโกนขึ้นมาว่า

“แย่แล้ว หัวเรือขาด!”

…หัวเรือ..ขาดงั้นเหรอ…

เด็กสาวคิดในใจพลางฝืนเดินไปยังข้างหน้า แล้วภาพที่สะท้อนเข้าสู่สายตาของเด็กสาวก็คือสภาพของเรือที่บัดนี้ไร้ซึ่งหัวเรืออย่างที่เคยจะเป็น และนั่นคือภาพสุดท้ายที่เธอรับรู้….

.

.

.

แสงแดดอ่อนๆ ของพระอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดเข้าสู่ห้องพักผ่านทางหน้าต่างนั้นได้กระทบกับเปลือกตาที่กำลังปิดอยู่ จนสุดท้ายเด็กสาวเลยต้องปรือตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นกระพริบตาปริบๆ เล็กน้อยเพื่อปรับสายตาให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะลืมขึ้นเต็มตาและพบว่าตนเองนั้นไม่ได้อยู่บนเรือลำนั้นแล้ว

…ฝันไปหรอกเหรอ…

เด็กสาวยันตัวลุกขึ้นมานั่งก่อนจะนึกทบทวนสิ่งที่ฝันไปเมื่อกี้ มันช่างเหมือนจริงมากซะจนเธออดนึกกลัวขึ้นมาไม่ได้เลยเชียว แต่สุดท้ายเด็กสาวก็ได้แต่นึกปลอบใจตัวเองว่ามันก็เป็นเพียงแค่ความฝัน ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อไม่รู้สึกถึงตัวตนของรูมเมทเลยแม้แต่นิดเดียว

เด็กสาวขยับตัวลุกออกจากเตียงนอนของตนแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเตียงของรูมเมทก่อนจะต้องขมวดคิ้วหนักเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นสภาพอันเรียบร้อยของหมอนและผ้าห่ม พอเดินไปดูบนโต๊ะก็ไม่เห็นมีโน๊ตอะไรทิ้งไว้ เล่นเอาเด็กสาวงงหนักยิ่งกว่าความฝันเมื่อกี้นี้อีก ก่อนจะได้แต่เดินไปอาบน้ำแต่งตัวและสรุปกับตัวเองในใจว่า

…สงสัยโดนเรียกตัวไปทำภารกิจด่วนล่ะมั้ง…

.

…หายไปไหนกันนะ…

เด็กสาวผมฟ้าคิดในใจระหว่างกำลังเดินไปยังร้านอาหารของมามิยะหลังจากที่เดินไปเค้นถามหารูมเมทกับผู้การมาซึ่งได้รับคำตอบที่ชวนหงุดหงิดน่าดู ระหว่างทางก็เดินสวนกับคนอื่นอยู่บ้าง แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ใช่คนที่เธอตามหาอยู่ดี จนกระทั่งร่างของเด็กสาวสองคนที่เธอคุ้นเคยดีปรากฏขึ้นแถมยังเดินตรงเรื่อยๆ มายังเธอ และเป็นเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเทาเงินยาวสลวยที่เอ่ยทักขึ้นมาก่อนว่า

“อ้าว อรุณสวัสดิ์นะฮัทสึคาเซะ”

“อรุณสวัสดิ์อามัทสึคาเซะ อากิกุโมะ ว่าแต่นี่กำลังจะไปไหนกันน่ะ?” ฮัทสึคาเซะเอ่ยทักเด็กสาวทั้งสองที่ปัจจุบันนี้ตัวชักจะติดกันมากขึ้นทุกที ถ้าไม่นับเวลาทำงานน่ะนะ…

“ก็ไปเที่ยวน่ะสิ โอ๊ย อามัทซึนหยิกฉันทำไมอ๊ะ?” เด็กสาวผมน้ำตาลที่ชื่ออากิกุโมะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงติดจะกวน ก่อนจะร้องโอดโอยเมื่อถูกมือของเด็กสาวผมเทาที่ยืนอยู่ข้างๆ หยิกเข้าให้

“หยิกคนที่กำลังพูดจาไม่เข้าท่าน่ะสิ” อามัทสึคาเซะแหวใส่ ก่อนจะหันไปตอบคำถามอย่างจริงจังว่า “วันนี้มีภารกิจสำรวจน่ะ ว่าแต่ยูกิคาเซะล่ะ?”

ฮัทสึคาเซะส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ไม่เห็นตั้งแต่ตื่นขึ้นมาแล้ว โน๊ตอะไรก็ไม่มีบอก…หายไปไหนนะเด็กคนนี้”

“เอ๊ะ แต่เมื่อตะกี้ฉันเห็นยูกิคาเซะเดินไปแถวๆ ท่าเรือนี่น่า…ทำไมต้องมองหน้าฉันแบบนั้นอ่ะ…” อากิกุโมะเลิกคิ้วเมื่อสบตากับนัยน์ตาสองคู่สองสีที่มองตรงมายังตนเองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเป็นเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลทองที่เอ่ยขึ้นว่า

“แล้วทำไมฉันถึงไม่เห็นล่ะ?”

“ก็อามัทซึนมัวแต่สั่งข้าวนี่น่า เฮ้ย จะสายแล้วววว” อากิกุโมะตอบกลับพลางเงยหน้ามองนาฬิกาที่ติดไว้บนเพดาน แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเวลาบนหน้าปัดนั้น ก่อนจะคว้าแขนขวาของเด็กสาวผมเทาแล้วลากไปยังที่ไหนสักแห่งซึ่งก็คงไม่พ้นห้องทำงานของผู้การแทบจะทันที

“ด..เดี๋ยวสิ! ขอโทษนะฮัทสึคาเซะไว้ค่อยคุยกันทีหลัง อากิกุโมะ หยุดลากฉันได้แล้วววว”

ฮัทสึคาเซะมองร่างของเด็กสาวสองคนที่คนนึงร้องโวยวายบอกให้อีกคนหยุดลากแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะครุ่นคิดถึงสิ่งที่อากิกุโมะเอ่ยไว้เมื่อสักครู่นี้

…ท่าเรืองั้นเหรอ…

.

หลังจากที่กินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ เด็กสาวผมฟ้าก็รีบเดินมายังท่าเรือ สถานที่ที่มีพยานหลายคน(ที่ไม่ใช่แค่อากิกุโมะเท่านั้น)บอกว่าคนที่เธอกำลังตามหาอยู่นั้นเดินมายังแถวนี้ และก็ไม่ต้องเดินหามากให้เมื่อยตุ้ม เพราะร่างบางของเด็กสาวผมสีน้ำตาลที่ถูกซอยสั้นบวกกับการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการไม่ใส่กระโปรง(เรื่องนี้เธอบ่นกับอีกฝ่ายมาหลายรอบแล้ว เคยฟังที่ไหน) กำลังยืนเหม่อมองท้องทะเลอันกว้างใหญ่เพียงลำพังอย่างเงียบสงบและดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่ามีผู้มาเยือนเสียด้วย ฮัทสึคาเซะมองแผ่นหลังของคนที่เธอตามหาจนเจอตัวแล้วสักพักนึง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทักขึ้นมาว่า

“มาทำอะไรอยู่แถวนี้ล่ะ ยูกิคาเซะ”

เสียงทักที่ดังขึ้นมานั้นทำให้ยูกิคาเซะถึงกับสะดุ้งเฮือกแล้วหันควับกลับไปยังต้นเสียงที่มีร่างของเด็กสาวผมฟ้ายืนอยู่ และเพราะปฏิกิริยาดังกล่าวนั่นเองเลยทำให้ฮัทสึคาเซะสังเกตเห็นดอกไม้ในมือของอีกฝ่ายด้วย และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวว่าเธอมองเห็นก็เลยพยายามซ่อนของในมือด้วยการหลบไปไว้ด้านหลัง

“ฮ..ฮัทสึคาเซะจังมีอะไรกับยูกิคาเซะงั้นเหรอ?” ยูกิคาเซะถามกลับ

ฮัทสึคาเซะขมวดคิ้วเล็กน้อย “พอดีตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นอยู่ในห้องน่ะ ก็เลยออกตามหา…ว่าแต่คำถามของฉัน เธอยังไม่ได้ตอบเลยนะ แล้วไปเก็บดอกไม้มาจากไหนล่ะนั่น?”

ยูกิคาเซะหน้าซีดไปชั่วขณะนึง “เอ่อคือ…ไม่มีอะไรหรอก แล้วดอกไม้นี่ก็…เอ่อ…ค.แค่เก็บมาดูเล่นน่ะ แหะๆ”

“งั้นเหรอ…”

ฮัทสึคาเซะตอบกลับเสียงนิ่งพลางมองคนตรงหน้าที่ดูจะมีเรื่องอะไรสักอย่างจนต้องปิดบังเธอไว้ด้วยสายตานิ่งๆ แต่กลับสร้างความอึดอัดใจให้กับยูกิคาเซะมากยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งยูกิคาเซะทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยขึ้นมาว่า

“ก…ก็วันนี้วันที่ 2 พฤศจิกายนนี่น่า…”

ฮัทสึคาเซะเลิกคิ้วกับคำตอบที่ได้รับอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก “วันนี้วันครบรอบวันจมของฉันนี่น่า…”

“ฮ..ฮัทสึคาเซะจังจำได้ด้วยเหรอ?” ยูกิคาเซะอ้าปากค้าง

“ก็ต้องจำได้สิ” ฮัทสึคาเซะตอบอย่างไม่ใส่ใจนักพร้อมทั้งก้าวเดินตรงมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ อีกคน มานึกๆ ดู บางทีความฝันเมื่อเช้าของเธอก็คงจะเป็น…

“ล..แล้วไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ…” ยูกิคาเซะถาม

“รู้สึก?”

“ก็ยูกิคาเซะเคยเห็นคนกลัวเวลาพูดถึงเรื่องจมนี่น่า…”

“กลัวเหรอ…ก็คงใช่ เรื่องจมน่ากลัวจะตายไปนี่น่า แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้จมซะหน่อยนี่…” ถึงบางครั้งจะนึกกลัวตอนเจอหน้าพี่เมียวโคบ้างก็เถอะ ก็มันฝังใจนี่น่า…เด็กสาวคิด ก่อนจะสบตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลอีกคู่พลางเอ่ยขึ้นว่า

“แล้วตอนนี้ก็ได้กลับมาอยู่กับทุกคนแล้ว จะยังกลัวอะไรไปอีกล่ะ จริงมั้ย?”

สิ้นคำพูดนั้น ยูกิคาเซะก็นิ่งไปสักพักนึง ก่อนจะคลี่ยิ้มที่คนมองรู้สึกว่ามันน่ารักดีแท้แล้วพูดขึ้นมาว่า “ยูกิคาเซะสู้ฮัทสึคาเซะจังไม่ได้เลยจริงๆ”

“เด็กน้อยอย่างยูกิคาเซะจะมาสู้ฉันได้ไงกันล่ะ” ฮัทสึคาเซะยิ้มตาม แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากของเธอนั้นทำเอาอีกคนถึงกับหน้ามุ่ยเลยทีเดียว

“ยูกิคาเซะไม่ใช่เด็กน้อยนะ!”

“จ้าๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แล้วดอกไม้นี่…”

เด็กสาวผมน้ำตาลก้มมองดอกไม้ในมือเล็กน้อย “ว่าจะโยนลงทะเลน่ะ รอแป๊ปนะ” ว่าแล้วเด็กสาวของโยนดอกไม้ในมือลงสู่ทะเลทันทีแล้วหันมาฉีกยิ้มกว้างให้กับอีกคนแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับชะงักค้างไปว่า

“ยูกิคาเซะหิวแล้วล่ะ ไปกินข้าวเช้าด้วยกันนะฮัทสึคาเซะจัง”

“เดี๋ยวนะ นี่ยังไม่ได้กินข้าวเช้างั้นเหรอ!?” ฮัทสึคาเซะตวาดแว้ดอย่างลืมตัว เล่นเอาอีกคนถึงกับหน้าจ๋อยไปพอสมควร ก่อนจะมีคำแก้ตัวข้างๆ คูๆ ดังขึ้นมาว่า

“ก..ก็ลืมนี่น่า มัวแต่คิดว่าจะไปเก็บดอกไม้ ย..อย่าโกรธเลยนะฮัทสึคาเซะจัง” พูดเสร็จก็ทำหน้าอ้อนแบบลูกหมาน้อยใส่ จนฮัทสึคาเซะถึงกับพูดไม่ออก(แถมได้รับความเสียหายทางจิตใจมากพอควรด้วย) สุดท้ายเด็กสาวผมฟ้าเลยได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับยกมือยอมแพ้

“ก็ได้ๆ งั้นก็ไปกินข้าวกัน นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วด้วย”

“อื้อ ไปด้วยกันนะ” ยูกิคาเซะยิ้มรับพลางเดินจูงมือฮัทสึคาเซะไปยังร้านมามิยะ ในขณะที่คนโดนจูงมือไปนั้นก็ได้แต่คิดอย่างขบขันกับตัวเองว่า

…เอาเถอะ คิดซะว่ากินข้าวเที่ยงก็แล้วกัน..ถึงความจริงแล้วจะยังอิ่มอยู่ก็เถอะนะ…

——————————-

Fin มั้ย? ฟิคนี้อาจมีตอนต่อ แต่ขอหาพล็อตต่อก่อน….

Kancolle FanFic : 2 November [Hatsukaze x Yukikaze]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s