Kancolle FanFic : เรื่องเฮฮาฉบับคิโดบุไต

Title : เรื่องเฮฮาฉบับคิโดบุไต

Pairing : Kaga x Zuikaku(?) / Hiryuu x Souryuu

Fandom : Kantai Collection -Kancolle-

Note : ข้าไม่ได้อู้ ข้าแค่ติดเกม ว่าแต่คู่หลังมันมาจากไหน….

——————————-

…วันนี้ช่างเป็นวันที่สงบสุขยิ่งนัก…

…ซะเมื่อไหร่กันล่ะ…

“คากะซังคะ ไม่ทราบว่าจะนั่งทำหน้าตาขวางโลกแบบนั้นอีกนานมั้ยคะ?”

เด็กสาวเจ้าของผมสีเทาดำทรงทวินเทลอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา หลังจากที่เธอต้องทนอยู่กับบรรยากาศมาคุที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กสาวผู้นั่งส่งสายตาขวางโลกใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ย่างกรายเข้ามาในบริเวณนั้นเพียงเพราะต้องมานั่งกับเธอตามคำขอร้อง(?)ของอาคากิซังกับพี่สาว

แต่ดูเหมือนว่าคำถามที่เธอถามออกไปนั้นจะสะกิดต่อมหงุดหงิดของอีกฝ่ายมากไปกว่าเดิมซะอีก…

“หน้าฉันเป็นแบบนี้แล้วมันหนักหัวเธอรึไง?”

เด็กสาวผู้กำลังแผ่รังสีมาคุตอบกลับเสียงห้วนพลางตวัดสายตาที่ออกจะอาฆาตมาดร้ายไม่น้อยใส่เจ้าของคำถามเสียนี่…

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมทรงทวินเทลลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยกับสายตาที่มองเธอมา ก่อนจะตอบเสียงสั่นๆกลับไปว่า “หน..เอ๊ย เปล่าค่ะ ไม่หนักเลยสักนิด”

เมื่อได้ยินแบบนั้น เด็กสาวที่ชื่อคากะก็เลยได้แต่บ่นสองสามคำ ก่อนจะหลับตาลงหวังสงบสติอารมณ์ของตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ เสียงสองเสียงที่ได้ยินเมื่อเช้าก็วนเวียนกลับมาให้หงุดหงิดใจตลอด

“รุ่นพี่คะ ถ้ายังไงก็ฝากดูแลซุยคาคุด้วยนะคะ”

“อย่างคากะซังต้องทำได้อยู่แล้วล่ะโชวกากุซัง จริงมั้ยคากะซัง?”

…มาจริงมั้ยอะไรกันล่ะอาคากิซัง นี่แกล้งบื้อหรือจงใจกันเนี่ย ก็น่าจะรู้ๆอยู่วาเธอไม่ชอบยัยคนข้างๆแค่ไหน..แล้วทำไมถึงออกไปกับคนอื่นล่ะ…

ระหว่างที่คากะกำลังนั่งตัดพ้อใส่อาคากิ ผู้ซึ่งหนีไปทำงานกับโชวคาคุเพียงสองคน(อันที่จริงมีไปกันเยอะกว่านี้ แต่คากะไม่รู้เอง) แล้วซุยคาคุก็กำลังนั่งเกร็งอยู่ใกล้ๆ เสียงสวรรค์สำหรับเด็กสาวผมเทาดำ(?)ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“อ้าว วันนี้คากะซังกับซุยกากุซังหยุดงั้นเหรอเนี่ย?”

“ฮิริวซัง? อ๊ะ โซริวซังก็ด้วยเหรอคะ?”

ซุยคาคุมองสองสาวผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในขณะที่เด็กสาวผมสั้นน้ำตาลที่ถูกเรียกว่าฮิริวก็ตอบกลับมาว่า

“ฮึๆ เพราะเมื่อวานทำผลงานดีไว้น่ะสิเลยได้หยุดทั้งคู่เลยน่ะ” ฮิริวเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจผิดกับสภาพร่างกายของตัวเองที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล และคำพูดนั้นเองที่ทำให้โซริวอดแขวะไม่ได้ว่า

“ดีตรงไหนกัน ฮิริวเจ็บหนัก ส่วนฉันเจ็บกลางเนี่ยนะ…” ว่าแล้วโซริวก็ยื่นมือไปกดแผลที่แก้มฮิริวเบาๆ จนคนเจ็บที่ไม่เจียมสังขารตัวเองร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บป่วย

“โอ๊ย! โซริวอย่าจิ้มแผลสิ มันเจ็บนะ” ฮิริวเบี่ยงตัวหลบมือของเด็กสาวผมน้ำเงินที่เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ขยับไปจิ้มแผลที่มีอยู่เต็มตัวของเธอ ซึ่งก็ทำไม่ได้เต็มที่นักเพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวย

“เอ่อ ฮิริวซัง….โซริวซัง….”

ซุยคาคุมองสาวๆกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่สองด้วยความรู้สึกที่เหมือนตัวเองชักจะเป็นส่วนเกินของห้องนี้ขึ้นเรื่อยๆ ด้านคากะที่นั่งเงียบไร้ตัวตนมานานก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความปลงกับฉากหวาน(?) ก่อนจะเอ่ยขึ้นขัดจังหวะสองสาวชื่อลงท้ายด้วยริว(ที่กำลังแกล้งกันเองจนไม่สนใจชาวบ้าน)ว่า

“ฮิริว โซริว กินไอติมมั้ย?”

“กินค่ะ!!” ฮิริวกับโซริวประสานเสียงตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงจนคนถามอยากจะเตะใส่สักหนด้วยความหมั่นไส้

“เอ๋!?”

ในขณะที่ซุยคาคุซึ่งไม่ได้โดนเรียกนั้นหันควับไปมองคากะที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนแล้วกำลังเดินไปยังตู้เย็นโดยไม่สนใจใครด้วยสายตาตกตะลึง นี่ไม่คิดจะถามเธอสักคำเลยเรอะ!?…ว่าแต่…ออร่าทะมึนเมื่อตะกี้มันหายไปไหนหมดแล้วคะคากะซัง!?

ไม่นานนักคากะก็กลับมาพร้อมกับถ้วยไอติมจำนวนสามถ้วย และสองในสามที่ว่านั้นก็ถูกยื่นให้ฮิริวกับโซริวซึ่งรับไปกินด้วยความยินดีและเดินออกจากห้องไปในเวลาไม่นานนัก ส่วนถ้วยสุดท้ายที่เหลือนั้น…

“จะกินมั้ย?”

“เอ๊ะ?” ซุยกากุอุทานพลางมองใบหน้าคนถามด้วยสีหน้าแปลกใจมากถึงมากที่สุด

คากะถอนหายใจกับสีหน้าของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วตักไอติมขึ้นมาหนึ่งคำและยื่นช้อนไปที่ริมฝีปากของเด็กดื้อในสายตาเด็กสาวพลางเอ่ยเสียงเข้ม

“จะกินไม่กิน?”

“ก..กินค่ะ…”

โดนถาม(เสียงเข้ม)ด้วยความหวังดีถึงขนาดนี้ มีหรือที่ซุยคาคุจะกล้าปฏิเสธ เด็กสาวกลั้นใจเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากงับช้อนอย่างรวดเร็ว

“อร่อยมั้ยล่ะ?” คากะถามพลางชักช้อนกลับมา

“อร่อยค่ะอร่อย…แต่ฉันกินเองก็ได้ค่ะ ไม่ต้องป้อน!” ซุยคาคุตอบกลับหลังจากที่กลืนไอติมคำแรกลงคอไปแล้วด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ แต่ก็ต้องหน้าเหวอเข้าไปอีกเมื่อได้ยินคำตอบจากคากะ

“ไม่ล่ะ ก็ฉันอยากจะป้อน และนี่ไม่ใช่คำขอร้องด้วย”

…สรุปง่ายๆ นี่ก็คือการบังคับนั่นเอง…

“ต..แต่ว่า…” ซุยคาคุพยายามค้าน

“ไม่มีแต่…เอ้านี่”

คากะตัดบทเสียงเรียบพลางยื่นช้อนไปอีกหน ทำให้เด็กสาวผมเทาดำที่เถียงแพ้ได้แต่ก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมของตัวเองไปแต่โดยดีด้วยการนั่งกินไอติมที่ถูกป้อนต่อไปเรื่อยๆ

ในระหว่างที่สองสาวต่างกองเรือกำลังนั่งกินไอติมกันอยู่นั้น(?) ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังโดนแอบถ่ายรูปโดยใครบางคนที่แอบมองเหตุการณ์อยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“อาคากิซังกรี๊ดแน่ๆ เลยถ้าได้เห็นรูปนี้” ฮิริวหัวเราะชอบอกชอบใจกับภาพที่เห็น ก่อนจะเก็บกล้องที่ไปยืมมาจากเทย์โตคุด้วยความร่าเริง

“ระวังโชวคาคุซังด้วยล่ะฮิริว เดี๋ยวรูปจะโดนเก็บไปซะก่อน…” โซริวที่อยู่ด้วยกันเอ่ยถึงพี่สาวของคนข้างใน ผู้มีกิตติศัพท์ห่วงน้องอย่างไม่ปิดบัง

“รู้แล้วล่ะๆ เรื่องแบบนี้ไม่พลาดหรอกน่า ฮิๆๆ” ฮิริวพยักหน้ารับ ก่อนจะแอบมองเหตุการณ์ข้างในต่อไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในขณะที่โซริวซึ่งกำลังมองใบหน้าของเพื่อนสนิทอยู่นั้นก็ได้แต่คิดในใจว่า

…ว่าแต่..จะมีโอกาสได้ทำแบบนั้นกับฮิริวบ้างมั้ยเนี่ย…

…สงสัยเธอคงฝันกลางวันไป..ชาตินี้ไม่มีทางหรอก…

——————————-

แต่งอะไรออกมาเนี่ย โอ๊ย //แกล้งตาย

แปะทดสอบอะไรนิดหน่อย

Kancolle FanFic : เรื่องเฮฮาฉบับคิโดบุไต

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s