Kancolle FanFic : วันพักผ่อน [Akagi x Kaga]

Title : วันพักผ่อน

Pairing : Akagi x Kaga

Fandom : Kantai Collection -Kancolle-

Note : หมาป่าติดเกมครับ…… แปะข้อมูลก่อน

อาคากิ : http://kancolle.wikia.com/wiki/Akagi

คากะ : http://kancolle.wikia.com/wiki/Kaga

Note2 : คังโคเระไม่ใช่เกมยูรินะครับ

——————————-

“เบื่อจังเลยน้า…”

เสียงบ่นดังขึ้นมาจากปากของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมตรงยาวสีดำในชุดสีขาวกับฮากะมะสีแดงซึ่งกำลังนั่งแกร่วอยู่ในเมืองยามบ่ายที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนสักเท่าไหร่อันเนื่องมาจากแดดแรง แต่ว่าหญิงสาวก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพังหรอกนะ เพราะข้างๆ ของเธอนั้นยังมีหญิงสาวเจ้าของทรงผมไซต์เทลซึ่งแต่งตัวเหมือนกัน เพียงแต่ฮากะมะเป็นสีน้ำเงินนั่งอยู่ด้วยน่ะสิ

“นั่นสินะ ไม่รู้จะทำอะไรดีเหมือนกัน”

“ผู้การคิดยังไงถึงบอกให้พวกเราสองคนมาพักผ่อนในเมืองกันล่ะเนี่ย…” คำบ่นล่าสุดที่ดังขึ้นมานั้นเรียกแววตาตกใจจากคนข้างๆ ขึ้นมาแว่บนึง ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นแววตาเหนื่อยหน่ายใจแทนเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

…ฉันว่ามันเดาง่ายมากเลยนะ ตั้งแต่ผู้การหลุดพูดคำว่าเสบียงขึ้นมาน่ะ..แต่อย่างอาคากิซังคงจะเดาไม่ออกอยู่ดีสินะ…

“ไม่รู้สินะ” ถึงจะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่คนที่รู้สาเหตุก็ยังคงเนียนตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเออออตามอีกฝ่ายไปอยู่ดี

“แล้วจะทำอะไรต่อดีล่ะเนี่ย ถ้าอยู่ในเรืออย่างน้อยก็คงนอนได้…คากะซังช่วยคิดหน่อยสิ” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าอาคากิหันไปพูดกับคนข้างๆ ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

“เอ๊ะ!? เอ่อ นั่นสินะ…ทำอะไรต่อดีล่ะ…” คากะอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเจอกับสายตาดังกล่าว ก่อนที่สมองจะทำงานด่วนจี๋ และดูเหมือนจะเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแววตาคาดหวังจากอีกฝ่ายมันเพิ่มขึ้นนั้นเอง

ในขณะที่คากะคิดจนสมองแทบจะระเบิดอยู่แล้วนั้นก็เกิดนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เลยลุกขึ้นตะโกนว่า “งั้นไปเดินเล่นกัน!”

“เดินเล่น? อีกแล้วเหรอ..เมื่อเช้าก็…เดี๋ยวสิคากะซัง!”

ยังไม่ทันที่อาคากิจะแย้งออกไปจนจบ ก็ถูกอีกฝ่ายลากไปทันทีแบบจับต้นชนปลายไม่ถูก ในขณะที่ใจของคากะนั้นกำลังสวดส่งผู้การนับครั้งไม่ถ้วนเลยล่ะ….

.

ย้อนความ

“พักผ่อนในเมือง?”

“ใช่แล้วล่ะ”

“แต่ว่าพักผ่อนเนี่ย อยู่ในเรือก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?”

“ไม่ได้!”

“ทำไมล่ะคะ?”

“เพราะว่าเสบียง..แค่กๆ ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าพวกเธอทำงานหนักกันไปหน่อยน่ะสิ ก็เลยอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษสักหนึ่งวัน”

“เอางั้นเหรอคะ…แต่ว่าแน่ใจนะคะว่าจะไม่ให้พวกเราอยู่ในเรือจริงๆ ถ้าเกิด…”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า พวกเธอไปเที่ยวเล่นในเมืองรอจนกว่าฉันจะหาเสบียง เอ๊ย จัดการธุระเสร็จก็แล้วกัน ไม่มีเหตุฉุกเฉินห้ามกลับมาเด็ดขาดเลยนะ เข้าใจมั้ย”

“ค่ะ…”

.

“คากะซัง..?”

เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้น(เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) ในที่สุดก็ทำให้คากะได้สติกลับมาอีกครั้ง เจ้าของชื่อหันกลับไปมองคนโดนลากอย่างงุนงงเล็กน้อยแล้วก็ต้องมองไปรอบๆ ตัวอย่างเหลอหลา นี่พวกเธอสองคนมายืนอยู่หน้าศาลเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย…

“ข…ขอโทษนะ มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ เลยก็…” คากะแก้ตัวอย่างลนลาน พลางปล่อยมือที่จับไว้ของอีกฝ่ายออก

อาคากิหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหน้าขึ้นสีนิดๆ ของคากะ เหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาน่ะให้เรียกว่าเดินเล่นยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ก็คนตรงหน้าเธอเล่นลากเธอไปมาอยู่ฝ่ายเดียวเลยนี่น่า แถมไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกตะหาก…

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่แวะศาลเจ้ากันมั้ย? ไหนๆ ก็มาทั้งทีแล้ว”

คากะมองคนถามสลับกับศาลเจ้าตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตกลง เมื่ออาคากิเห็นดังนั้นก็เลยจูงมืออีกคนขึ้นไปยังศาลเจ้าด้วยกัน โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าใบหน้าของคนโดนจูงนั้นแดงแค่ไหน

อาคากิจูงมืออีกฝ่ายตรงไปยังกล่องรับบริจาค ก่อนจะโยนเหรียญห้าเยนลงในกล่องแล้วปรบมือสองครั้ง ก่อนจะยืนขอพรเงียบๆ ในขณะที่คากะซึ่งเห็นอาคากิทำก็เลยทำตามบ้าง ในเวลาไม่นานนัก ทั้งสองก็ขอพรเสร็จและเดินออกมาจากบริเวณนั้น

“คากะซังขออะไรไปเหรอ?” อาคากิถามขึ้นหลังจากที่พวกเธอทั้งสองเดินออกมาจากศาลเจ้ากันแล้ว และเพราะคำถามนั้นก็เลยทำให้คากะนิ่งคิดไปสักพักนึง ก่อนจะตอบกลับเสียงนิ่งๆ ไปว่า

“ก็ขอให้ชนะไปเรื่อยๆ แล้วก็…” คากะเว้นจังหวะไปชั่วครู่ “ไม่มีอะไรแล้วล่ะ”

“เห…งั้นเหรอ” อาคากิเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำตอบของอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เก็บมาคิดอะไรต่ออยู่ดี ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายถามกลับมาบ้างว่า

“แล้วอาคากิซังล่ะ ขออะไรไปงั้นเหรอ?”

อาคากิฉีกยิ้มกว้างอย่างร่าเริง แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “ก็ขอคล้ายๆ กันคากะซังนั่นแหละ แล้วก็ขอให้กินอิ่มนอนหลับ สุดท้ายก็….”

“ก็?”

“ก็ขอได้อยู่กับคากะซังตลอดไปยังไงล่ะ”

ฟู่….

“ค..คากะซัง!? เป็นอะไรไปน่ะ??”

อาคากิร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ คากะก็มีสีหน้าแดงจัดเหมือนมะเขือเทศก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าก็คงจะเป็นควันที่ลอยออกมาจากศีรษะของอีกฝ่ายนั่นแหละ หญิงสาวทรุดตัวลงไปประคองตัวคากะที่สติหลุดลอยไปเสียแล้วขึ้นมานั่งตรงม้านั่งที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะหยิบพัดขึ้นมาพัดใส่หน้าคนสติหลุด

เป็นเวลาเกือบสิบนาทีกว่าที่คากะจะดึงสติของตัวเองกลับมาได้ ในขณะที่ใบหน้าของหญิงสาวนั้นแดงน้อยลงกว่าเดิมเล็กน้อย เรี่ยวแรงที่เหมือนโดนสูบไปเมื่อกี้ก็เริ่มกลับมาแล้วเหมือนกัน

“ม..ม..ไม่เป็นไรแล้ว…” คากะเอ่ยตะกุกตะกักพลางโบกไม้โบกมือให้อีกคนเก็บพัดไป ซึ่งเมื่ออาคากิเห็นเช่นนั้นก็เลยวางพัดลง พร้อมทั้งถามกลับด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนักว่า

“ไม่เป็นไรแล้วจริงเหรอ? ไปหาหมอดีมั้ย?”

คากะส่ายหน้าวืดทันทีที่ได้ยินคำว่าหมอ เธอไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่โดนโจมตีด้วยคำพูดของอีกฝ่ายเท่านั้นเอง…แต่ท่าทางคนโจมตีจะไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุน่ะ…

“ม…ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ นั่งพักอีกหน่อยก็พอ…” คากะพูดออกไปตามที่คิด

และเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้น อาคากิเลยไม่คิดจะลากคนป่วย(?)ไปหาหมออีก สุดท้ายก็เลยนั่งดูแลคนป่วยในความคิดของเธอต่อไปเงียบๆ จนกระทั่งท้องฟ้ากลายเป็นสีแสดไปโดยไม่รู้ตัว

“พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้วเหรอเนี่ย…”

อาคากิพึมพำเบาๆ หลังจากที่เงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า ในขณะที่คากะซึ่งได้ยินคำพูดนั้นก็เงยหน้ามองท้องฟ้าเล็กน้อยก่อนจะก้มกลับมามองคนพูดด้วยสีหน้าอมยิ้ม แต่แล้วก็ต้องปรับสีหน้าแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆ คนโดนจ้องก็ก้มหน้าลงมามองคนจ้องราวกับรู้ตัวว่าโดนจ้องอยู่

“มีอะไรรึเปล่าคากะซัง?”

“ไม่มีอะไรหรอก…ว่าแต่เย็นขนาดนี้แล้ว พวกเราควรจะกลับเรือได้แล้วล่ะมั้ง…” คากะเบี่ยงประเด็นพลางอดนึกในใจขึ้นมาไม่ได้ว่า

…หวังว่าผู้บัญชาการจะหาเสบียงเรียบร้อยแล้วนะ…

จ๊อก…

“อ๊ะ!” อาคากิเอามือกุมท้องตัวเองอย่างเขินอาย ก่อนจะค้อนตาใส่คากะที่แอบหัวเราะเบาๆ หลังจากได้ยินเสียงท้องร้องของเธอ

“ขอโทษๆ ถ้ายังไงพวกเราก็ไปหาอะไรกินก่อนกลับเรือกันดีมั้ยล่ะ? น่าจะยังมีร้านอาหารเปิดอยู่นะ…”

คากะเสนอ ซึ่งแน่นอนว่าอาคากิย่อมไม่เถียง นั่นเป็นเพราะว่าหญิงสาวหิวแล้วนั่นเอง จนทำให้ไม่ทันฉุกคิดว่าทำไมถึงไม่กลับไปกินข้าวที่เรือ…

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ ทั้งสองเลยพากันเดินเข้าไปในเมืองอีกหนเพื่อหาข้าวเย็นกินนั่นเอง โดยที่คากะก็ได้แต่นึกในใจอย่างขบขันว่า

…ถ้ากลับเรือไปตอนนี้ผู้การต้องร้องโวยวายอีกแน่ๆ อุตส่าห์หาเสบียงมาทั้งทีคงไม่อยากให้หมดภายในคืนเดียวหรอก…

——————————-

จิ้นได้เลยแต่ง ก็แค่นั้นแหละ แต่คากะนี่ยิ่งแต่งยิ่งเคะวุ้ย แพ้ทางอาคากิสุดๆเลยนะเรา //โดนลูกธนูปักหัว

ส่วนฟิคYuru Yuri บอกตามตรงว่ามุกตันครับ…ว่างๆคงได้เอาของเก่ามาปัดฝุ่นแต่งต่อล่ะ

ปล.Tคนดังกล่าวไม่ใช่หมาป่าดำ

Kancolle FanFic : วันพักผ่อน [Akagi x Kaga]

2 thoughts on “Kancolle FanFic : วันพักผ่อน [Akagi x Kaga]

  1. ทดสอบๆ

    “หาเสบียงเท่าไรก็ไม่เคยพอ~~” Tกำลังร้องไห้อยู่เงียบๆขณะที่สองสาวไปเดทกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s