Yuru Yuri FanFic : ทานาบาตะ Part 6 + ตอนแถม [Yui x Kyouko] Fin.

Title : ทานาบาตะ

Pairing : Yui x Kyouko

Fandom : Yuru Yuri

Note : พรุ่งนี้วันทานาบาตะ!! << เปลี่ยนโน้ตแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

พาร์ทนี้แอบยาว โปรดทำใจ…

——————————-

“เคียวโกะก็เห็น..งั้นเหรอ…?”

ความเงียบปกคลุมบริเวณโดยรอบเด็กสาวทั้งสองอย่างน่าประหลาด ทั้งๆ ที่รอบข้างกำลังมีงานเทศกาลกันอยู่แท้ๆ แต่พวกเธอกลับไม่รู้สึกถึงมันเลยสักนิด ยุยจ้องหน้าเคียวโกะที่บัดนี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจปนสับสนอย่างชัดเจน ก่อนจะได้แต่เอ่ยเสียงเครียดว่า

“ดูเหมือนว่า…พวกเราคงจะมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาวนะ..” เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์ เรื่องใหม่ก็เข้ามาอีกแล้ว..ให้ตายเถอะ ทำไมช่วงนี้ถึงมีแต่เรื่องกันนะ…

“คุยเรื่องอะไรอีกเหรอ?” เคียวโกะถามอย่างแปลกใจแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำตอบที่ชวนตกใจสุดๆจากเด็กสาวผมดำว่า

“ก็…” ยุยชะงักเล็กน้อย “เรื่องที่ว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนยังไงล่ะ…”

“เอ๋…พูดเรื่องอะไรของเธอน่ะยุย…” เคียวโกะอ้าปากค้าง

แต่ถึงอีกฝ่ายจะทำสีหน้ายังไง ตอนนี้ยุยก็ไม่สนใจแล้วเพราะความอยากรู้ความจริงมันกำลังครอบงำเด็กสาวจนเจ้าตัวเองก็ลืมไปซะสนิทเลยว่าอีกฝ่ายก็จำอะไรไม่ได้เหมือนกันกับตนนั่นแหละ

“อาคาริบอกมาน่ะ แต่ฉันก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ”

“ย..ยุย…”

“นี่ฉันจริงจังนะ…พวกเราต้องเคยรู้จักกันมาก่อนแน่ๆเลยล่ะ”

“ต..แต่ว่าฉันจำอะไรไม่ได้เลยนะ…” เคียวโกะเอ่ยเสียงสั่น

สิ่งที่เคียวโกะเอ่ยขึ้นมาสะท้อนเข้าสู่จิตใจของยุยอย่างรวดเร็ว เด็กสาวยืนนิ่งไม่เอ่ยอะไรอีกด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง เธอก็เดินหนีเคียวโกะมาอยู่ตรงไหนของงานเสียแล้วก็ไม่รู้…

ยุยมองบรรยากาศรอบข้างแล้วก็อดสบถด่าตัวเองออกมาไม่ได้ เธอนี่มันท่าจะบ้า บ้าของแท้เลยล่ะ มีอย่างที่ไหนกันไปคาดคั้นเคียวโกะน่ะ ดูเหมือนว่าความทรงจำที่หายไปของเธอจะทำให้เธอเปลี่ยนไปเยอะน่าดูเลยล่ะ..เฮ่อ…

ระหว่างที่เด็กสาวกำลังเดินไปด่าตัวเองไปอยู่เพียงลำพังนั้น ก็บังเอิญไปได้ยินบทสนทนาที่ดูจะไม่ค่อยเกี่ยวกับตัวเองสักเท่าไหร่เข้า…ล่ะมั้งนะ…

“เฮ้ย แย่แล้ว มีอุบัติเหตุตรงถนนใหญ่ล่ะ”

“จริงเรอะ! มีใครเป็นอะไรมั้ยนั่นน่ะ?”

“ไม่รู้ แต่เห็นมีคนบอกว่ามีเด็กผู้หญิงยืนอยู่แถวนั้นตอนเกิดเหตุด้วยนะ..”

…เด็กผู้หญิงงั้นเหรอ…

ภาพของเด็กสาวผมเหลืองที่นอนจมกองเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดอยู่กลางถนน โดยที่ข้างๆคือรถบรรทุกคันใหญ่ที่จอดสนิทและไร้ซึ่งคนขับสะท้อนเข้าสู่ดวงตาสีนิลที่สั่นระริกของเด็กสาวอีกคน

…ม..เมื่อกี้มันอะไรน่ะ…ภาพเมื่อกี้มันอะไรกัน…

เด็กสาวผมดำเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามลุกขึ้นเดินไปหา ทั้งๆที่รู้สึกได้ถึงของเหลวบางอย่างที่กำลังไหลออกจากศีรษะกับความเจ็บปวดที่ลามไปแทบทั้งร่างกายแท้ๆ แต่สุดท้ายเด็กสาวก็สลบไป

…เธอนึกออกแล้ว..อะไรบางอย่างที่ขาดหายไปนั่นนะ…

“เคียวโกะ…”

.

.

.

…หายไปอยู่ไหนของเค้ากันเนี่ย..เลิกก่อเรื่องสักวันจะได้มั้ย…

ยุยคิดอย่างหัวเสียระหว่างเดินหาร่างของใครบางคนท่ามกลางฝูงชนที่ชักจะเยอะมากขึ้นทุกที แรกๆก็วิ่งหาได้อยู่หรอก ทว่ายิ่งเวลาล่วงใกล้ช่วงสำคัญของงานมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งเยอะจนเธอทำอะไรได้ลำบากไม่น้อย แต่มานึกๆ ดู คนที่สมควรโดนด่าควรจะเป็นเธอเองไม่ใช่เหรอ..ก็ดันปลีกตัวหนีออกมาก่อนเองนี่น่า งานเข้าเลยดูสิ

“เคียวโกะ!” ยุยตะโกนเรียกชื่อเด็กสาวผมเหลืองที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าด้วยเสียงที่ดังมาก(ไปหน่อย) ทำให้เจ้าของชื่อต้องหันกลับไปมองคนเรียกด้วยความแปลกใจระคนสงสัย

“อ้าว ยุยเองเหรอ..มีอะไรงั้นเหรอ…?”

“ม..ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย…?” ยุยเอ่ยเสียงละล่ำละลักพลางสำรวจคนข้างหน้าด้วยความเป็นห่วง

“เป็น? ให้เป็นอะไรงั้นเหรอ?” เคียวโกะเอียงคอ ก่อนจะหันไปสบตากับคนที่ยืนอยู่ด้วยกันด้วยความงุนงง

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะ…เอ๊ะ อายาโนะก็อยู่ด้วยเหรอ…” ยุยเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังตามหาอยู่ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หากแต่กำลังอยู่กับเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงอมม่วงซึ่งมีสีหน้าประหลาดใจปนโล่งอกอย่างปิดไม่มิด ไม่สิ ไม่คิดจะปิดเลยตะหากล่ะ

“สวัสดีนะฟุนามิซัง อืม งั้นก็คงหมดหน้าที่ของฉันแล้วล่ะนะ ฉันต้องขอตัวก่อนนะ ดูแลตัวเองกันด้วยล่ะ ฉันยังไม่อยากได้ยินข่าวร้ายอีกครั้งในวันทานาบาตะอีกนะ”

อายาโนะบอกลาก่อนจะเดินหายไปในฝูงชนทันที โดยทิ้งไว้เพียงแต่ยุยที่ได้แต่ยืนอ้าปากค้างทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ถามอะไรเลยสักคำกับเคียวโกะที่ยืนอมยิ้มอยู่เงียบๆ เพียงสองคน

ยุยสงบสติอยู่พักนึงแล้วเอ่ยอะไรบางอย่างที่ทำให้เคียวโกะต้องหันมามองคนพูดด้วยความสนใจว่า “เคียวโกะ..คือว่านะ..เมื่อตะกี้ขอโทษด้วยนะ!”

“ขอโทษ? เรื่องอะไรเหรอ?”

“ก็เรื่อง..ที่ไปพูดแบบนั้นกับเธอนะ…”

“ไม่เห็นจะต้องคิดมากเลยนี่น่า ยุยก็เป็นซะแบบนี้นี่นะ” เคียวโกะตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก ซึ่งยุยก็เออออตามอยู่หรอกในตอนแรก แต่เริ่มฉุกคิดได้ว่าประโยคตอบกลับมันแปลกๆ เนี่ยสิ

“ก็นะ…แต่เดี๋ยว! นี่เธอ…”

“ยุยคิดว่าฉันยังความทรงจำเสื่อมอยู่อีกเหรอ?” เคียวโกะฉีกยิ้มอันคุ้นเคย เล่นเอายุยอ้าปากเหวอไปอีกพักใหญ่ ก่อนจะโผกอดอีกฝ่ายแน่นจนคนโดนกอดแบบไม่ทันตั้งตัวหน้าแดงไม่น้อยเลยทีเดียว

“เธอจำได้แล้วงั้นเหรอ!? ตั้งแต่ตอนไหนกันน่ะ?”

“คือว่า…อายาโนะเล่าให้ฟังน่ะ…” เคียวโกะเอ่ยเสียงสั่นนิดๆ พลางชำเลืองมองเด็กสาวผมดำที่ดูจะกอดไม่เลิก

“อย่างนี้นี่เอง…อายาโนะเล่าให้เธอฟังหมดเลยงั้นสินะ…” ยุยเอ่ยเสียงนิ่งพลางปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ นี่เธอดีใจจนกอดอีกฝ่ายเลยเหรอเนี่ย แต่จะว่าไปอายาโนะก็มาถูกเวลาดีนะ…

“ใครบอกล่ะ! จะบอกอะไรให้นะ ช่วงเวลาที่ไม่มีเธอมาป่วนในชีวิตมันน่าเบื่อจะตายไป…” เห้ย นี่เธอพูดอะไรออกไปเนี่ย…

“เห…นี่ยุยคิดอะไรกับฉันอยู่น่ะ?” เคียวโกะหรี่ตามองด้วยแววตาไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิดในสายตาของคนมอง

“คิดอะไรกันเล่า ก็เป็นเพื่อนกันยังไงล่ะ” ยุยตอบเสียงแข็ง แต่ทว่าคำตอบนั้นดูเหมือนจะไม่ถูกใจคนฟังสักเท่าไหร่นี่สิ

“บู่ว ไม่เอาคำนี้สิ…”

“แล้วอยากได้คำอะไรอีกล่ะ…” ยุยเอ่ยอย่างละเหี่ยใจ

“ช่างมันเถอะ ยุยไม่พูดน่ะแหละดีแล้ว ฉันจะได้หาเรื่องแกล้งยุยได้เรื่อยๆยังไงล่ะ” เคียวโกะยิ้มเกรียน ก่อนจะต้องเป็นฝ่ายร้องโอดโอยเมื่อโดนฟาดหัวเข้าให้

“เจ็บนะ…นี่ฉันยังไม่หายขาดเลยด้วยซ้ำ เดี๋ยวก็ความจำเสื่อมอีกหรอก ยุยบ้า…”

“ฉันว่าเธอความจำเสื่อมอีกรอบก็น่าจะดีเหมือนกันนะ” ยุยยิ้มเหี้ยม “จะได้ไม่ต้องมาแกล้งใครอีกไงล่ะ”

“เดี๋ยวสิ!”

.

ก่อนหน้าที่ยุยจะมา…

“โทชิโน่ เคียวโกะ! ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

“อายาโนะ? มาเที่ยวงานเทศกาลด้วยเหรอ?”

“อืม ว่าแต่สีหน้าแปลกๆ นะ มีอะไรรึเปล่า?”

“คือว่า…ยุยน่ะพูดอะไรแปลกๆ ออกมาก็ไม่รู้ล่ะ บอกว่าฉันกับเธอน่าจะรู้จักกันมาก่อน..มันจะเป็นไปได้เหรอ?”

“นี่ฟุนามิซังจำได้แล้วงั้นเหรอ…?”

“จำได้? หมายความว่ายังไงน่ะอายาโนะ เธอรู้เรื่องอะไรงั้นเหรอ?”

“เอ๊ะ! ป..เปล่าหรอก ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นแหละ…”

“อายาโนะ…รู้อะไรมาใช่มั้ย?”

“เอ่อ..คือว่า..คือว่า…” อายาโนะอ้ำอึ้ง “โธ่ เลิกจ้องหน้าฉันซะทีเถอะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังเอง ทุกอย่างเลยเอ้า เรื่องเมื่อทานาบาตะปีก่อนน่ะ!”

“งั้นก็เล่ามาเลย…”

Fin.

.

.

ส่งท้าย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนางฟ้าผู้หนึ่งอันมีนามว่าเคียวโกะ นางเป็นบุตรีของกษัตริย์แห่งท้องฟ้า แต่ว่า… ถึงจะบอกว่าเป็นนางฟ้า ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวตามแบบฉบับของกุลสตรีแต่ประการใดหรอกนะ…

เคียวโกะมีนิสัยรักสนุกและขี้เล่นมาก ตั้งแต่เด็กสาวเกิดมา ท้องฟ้าอันยิ่งใหญ่ไพศาลก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย เพราะเด็กสาวนั้นแกล้งไปทั่วน่ะสิ ถึงจะมีคนไปฟ้องร้องต่อกษัตริย์ผู้เป็นบิดามากแค่ไหนและบิดาของเด็กสาวนั้นจะส่งคนไปกำราบบุตรีของตนมากเพียงใด ก็มิอาจแก้นิสัยชอบแกล้งคนไปทั่วได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง…

“นี่เจ้าน่ะ…” เสียงขรึมดังขึ้นจากด้านหลังของเด็กสาวผู้กำลังเล่น…แกล้งวัวที่กำลังยืนเคี้ยวหญ้าอยู่

เคียวโกะผละจากวัวของใครสักคนแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะพบว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งสวมชุดชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น ผมสีนิลตัดสั้นพลิ้วไหวตามลมอ่อนๆ กับใบหน้านิ่งๆ อย่างคนไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ชวนให้เคียวโกะรู้สึกอยากแกล้งอีกฝ่ายเป็นบ้าเลย…

“เจ้าน่ะ..เลิกแกล้งวัวของข้าได้แล้ว” เด็กสาวผมดำเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีนิลหรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัยเล็กๆ บางทีเธออาจจะเจอดีเข้าแล้วก็เป็นได้…

“วัวของเจ้า? เห ไม่ยักรู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าคนเลี้ยงวัวจะเป็นผู้หญิงน่ะ” เคียวโกะเอ่ยเสียงใสอย่างคนไม่ค่อยคิดอะไร แต่ขณะเดียวกันสมองที่มักเอาแต่คิดเรื่องแกล้งชาวบ้านก็นึกอะไรดีๆออก

ยุยไม่ตอบกลับในทันที แต่กวาดตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาสำรวจแกมครุ่นคิด ชุดแบบนี้..คงจะใช่คนๆเดียวกับที่เจ้าเหนือหัวแห่งผืนฟ้าอันกว้างใหญ่เอ่ยถึง..นี่เธอต้องมายุ่งกับคนตรงหน้าจริงหรือเนี่ย แค่คิดก็ไม่อยากล่ะ…

“นี่..ข้าถามน่ะ ทำไมไม่ตอบ!” เคียวโกะที่รู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังเมินเธออยู่เอ่ยเสียงแข็ง ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยโดนใครเมินแบบนี้มาก่อนเลยนะ…

ยุยมองหน้าเด็กสาวที่เริ่มบูดบึ้งอย่างงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเอ่ยอะไรออกมาเลยได้แต่ตอบกลับเสียงหน่ายไปว่า “เป็นผู้หญิงแล้วมันแปลกตรงไหนกัน…เจ้าสิที่แปลก เป็นถึงเจ้าหญิงมาทำอะไรแถวนี้ กลับวังไปซะเถอะ”

“ไม่! วันนี้ข้ายังไม่ได้แกล้งคนเลยนะ อืม…” เคียวโกะหรี่ตามองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ซะจนคนถูกมองเริ่มรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาอยู่ดี

“งั้นเจ้าน่ะ..มาให้ข้าแกล้งซะดีๆ” เคียวโกะชี้นิ้วไปยังเด็กสาวผมดำตรงหน้าพลางยิ้มอย่างนึกสนุก

“หา!?” ยุยอุทาน “นี่เจ้าคิดว่าเจ้าจะแกล้งข้าได้งั้นรึ?”

“ต้องได้สิ เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกัน!” เคียวโกะโวยวายด้วยกิริยาที่ไม่ค่อยสมกับเป็นกุลสตรีนัก(ซึ่งอันที่จริงก็ไม่เคยเป็น…)

ยุยหรี่ตาเล็กน้อย “ถ้างั้น…ถ้าเจ้าสามารถต้อนวัวของข้าไปยังอีกฟากหนึ่งของวังเจ้าได้ ข้าจะยอมให้เจ้าแกล้งก็ได้นะ”

“หา! แล้วทำไมต้องไปที่วังของข้าด้วยล่ะ…” เคียวโกะร้องเหวอกับข้อเสนอที่ดูยังไงก็เสียเปรียบชัดๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เธอไม่ได้กลับวังมาหลายเดือนแล้วน่ะสิ ขืนกลับไปต้องโดนทำโทษแน่ๆ

“เจ้าไม่กล้างั้นสินะ งั้นข้ากลับล่ะ…” ยุยเอ่ยเสียงขรึมพร้อมกับทำท่าจะเดินจากไป จนเคียวโกะอ้าปากเหวอที่เห็นว่าที่เหยื่อเดินหนีตนไปแบบไม่สนใจไยดีเลยด้วยซ้ำ แถมไหนจะคำพูดของอีกฝ่ายอีก…

“เดี๋ยวสิ! ใครบอกข้าไม่กล้า คนอย่างเคียวโกะผู้นี้จะยอมเล่นกับเจ้าด้วยก็ได้ หึ” เคียวโกะเชิดหน้า

แต่เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองนั้นหารู้ไม่ว่าตนเองติดกับของอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว ยุยที่ได้ยินคำพูดดังกล่าวนั้นก็อดกระตุกยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เด็กสาวยิ้มออกมา

“พูดแล้วห้ามคืนคำซะล่ะ งั้นก็ทำซะเลยสิ”

“ได้! เจ้าเองก็อย่าลืมคำพูดตัวเองเหมือนกันล่ะ!!” เคียวโกะโต้กลับ ก่อนจะจัดการถีบ(ก็ถีบนั่นแหละถูกแล้ว)วัวของคนท้าเต็มเหนี่ยวจนวัวกระเด็นไปไกลลิบชนิดที่ว่าถ้ามองด้วยตาเปล่าคงมองไม่เห็นอย่างแน่นอน

ยุยอ้าปากค้างกับวิธีที่คาดไม่ถึงของเจ้าหญิงจอมเพี้ยน ถ้าเธอได้ยินไม่ผิด รู้สึกเหมือนเธอจะได้ยินเสียงปราสาทพังซะด้วยสิ…ว่าแต่วัวเธอจะเป็นอะไรมั้ยนั่น!

“นี่เจ้า…” ยุยหันกลับไปมองใบหน้ายิ้มเยาะของอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง บ้ามาก…บ้ามากที่สุด

เคียวโกะเหยียดยิ้ม “พูดแล้วอย่าคืนคำซะล่ะ คุณคนเลี้ยงวัว…แต่ก่อนอื่น พาข้าหนีจากพวกนั้นก่อนด้วยล่ะ” พูดพลางบุ้ยใบ้ไปยังทิศทางของวัง

ยุยหันไปมองตามสายตาของอีกฝ่ายแล้วก็ต้องหน้าซีดในบัดดล เมื่อเห็นกองกำลังเกราะสีทองขนาดย่อมกำลังมุ่งหน้ามายังพวกเธอ เด็กสาวหันไปมองเคียวโกะที่มีสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน ก่อนจะได้แต่กรีดร้องให้กับโชคชะตาของตัวเองอยู่ในใจ

“โธ่เว้ย!”

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งยุยและเคียวโกะต่างก็หนีการตามล่าของทหารได้สำเร็จ ก่อนที่ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข…ซะเมื่อไหร่กันเล่า!

จบเหอะ…

——————————-

จบ…รึเปล่า? หรือเขียนตอนต่อกับอดีตแถมด้วยดี 5555 //พอเถอะ…

แล้วส่งท้ายนี่มันอะไรกัน เจ้าหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวเวอร์ชั่นไหนฟร่ะ 5555

Yuru Yuri FanFic : ทานาบาตะ Part 6 + ตอนแถม [Yui x Kyouko] Fin.

One thought on “Yuru Yuri FanFic : ทานาบาตะ Part 6 + ตอนแถม [Yui x Kyouko] Fin.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s