Yuru Yuri FanFic : ทานาบาตะ Part 5 [Yui x Kyouko]

Title : ทานาบาตะ

Pairing : Yui x Kyouko

Fandom : Yuru Yuri

Note : ควันหลงทานาบาตะ (ผิด! ยังไม่ถึง!!!) << ใช้ยาว…..คนอ่านทำใจกันหมดแล้วมั้ง 55555555

——————————-

“นี่ยุย ถ้าเกิดสมมติว่าพวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะ?”

“หา? พูดอะไรบ้าๆของเธอน่ะ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว”

“คิกคิก นั่นสินะ มันจะเป็นไปได้ยังไงกันก็ในเมื่อฉันขอไปว่า…เอ๊ะ นั่นแสงอะไรน่ะ?”

“หือ…!”

“เคียวโกะ!!”

.

.

.

นี่เมื่อบ่ายเธอฝันบ้าอะไรกันเนี่ย ฝันว่าเธอกับเคียวโกะโดนรถชนเนี่ยนะ.. แถมลองมานึกๆ ดูแล้วบางทีเธออาจจะคิดฟุ้งซ่านไปเองจนกลายเป็นความฝันก็ได้ใครจะไปรู้กันล่ะ แต่เธอก็เคยได้ยินมาเหมือนกันนะว่าความฝันคือความทรงจำที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของสมองแล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นความฝัน อืม แต่จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ เพราะเรื่องใหญ่ที่สุดคือตอนนี้เธอสายแล้ว!!

ยุยระงับความคิดเพี้ยนๆ ของตัวเองไว้แค่นั้นแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองด้วยความกระวนกระวายเนื่องด้วยเหตุผลสองข้อคือหนึ่งเธอมีนัดและสองคือมันเลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้วน่ะสิ…สำหรับคนที่ไม่เคยผิดนัดกับใครอย่างเธอนี่มันเรื่องใหญ่มากเลยล่ะ

“อ้าว ยังไม่มางั้นเหรอ…?” แต่เมื่อวิ่งมาถึงแล้วยุยก็ต้องงงอีกครั้งเมื่อไม่เห็นเคียวโกะ และเด็กสาวก็คงจะตั้งท่ายืนรออยู่อย่างนั้นแหละ ถ้าสายตาไม่บังเอิญไปเห็นร่างบางยืนถือปืนอยู่ตรงซุ้มยิงปืนซะก่อน

“อ๊ะ ยุยมาแล้ว!”

เคียวโกะวางปืนที่ยังไม่ได้เริ่มยิงลงทันทีที่ร่างของเด็กสาวผมดำเข้าสู่สายตาของตน ก่อนจะลากมายังซุ้มแทบจะทันทีโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของเจ้าตัวเลยสักนิดแล้วจัดแจงยัดปืนของตนใส่มืออีกฝ่ายพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนนิดๆว่า

“ยุยช่วยฉันหน่อยสิ ฉันอยากได้นั่นจัง”

ยุยเบนสายตาไปยังทิศทางที่เคียวโกะชี้นิ้วใส่แล้วก็ต้องยิ้มแหยๆเมื่อเห็นตุ๊กตาแมงกะพรุนที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุด ว่าแต่ทำไมไม่เล่นเองล่ะแม่คุณ…

“ทำไมไม่เล่นเองล่ะ?” ยุยถาม ก่อนจะอึ้งสนิทเมื่อเคียวโกะเอ่ยประโยคที่ไม่คาดคิดออกมาว่า

“ก็ยุยเก่งเกมพวกนี้ไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วเธอรู้ได้ยังไงกันน่ะว่าฉันเก่ง…?” ยุยสวนกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องพวกนี้คนที่รู้มีแต่คนที่เคยเล่นเกมกับเธอมาก่อนเท่านั้น แต่อีกฝ่ายไม่เคยนี่น่า…

“อ๊ะ…?”

เคียวโกะมีสีหน้าสับสนงุนงงอย่างชัดเจนเมื่อได้ยินคำถามนั้น เด็กสาวทั้งสองนิ่งเงียบไปพร้อมกับบรรยากาศแปลกๆ ที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ ทั้งคู่ ก่อนที่ยุยจะขยับปืนในมือแล้วยิงไปที่เป้าอย่างแม่นยำทุกนัดจนคนรอบข้างพากันอึ้งสนิท

“เอ้านี่..” ยุยยื่นตุ๊กตาแมงกะพรุนให้เคียวโกะที่ยืนมองด้วยความอึ้งปนเหวอ ก่อนจะเดินพาอีกฝ่ายออกจากซุ้มเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาไปมากกว่าพลางคิดอย่างหมายมั่นปั้นมือว่า

…เคียวโกะจะคิดยังไงเธอก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ที่รู้ๆ คือวันนี้เธอจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเคียวโกะกับเธอรู้จักกันมาก่อนอย่างที่อาคาริเคยพูดไว้รึเปล่า…

.

…ถึงจะคิดแบบนั้นก็เถอะ..แต่มันไม่มีโอกาสให้เธอพิสูจน์เลยน่ะสิ! นี่เธอกำลังโดนเทพเจ้าแห่งท้องฟ้ากลั่นแกล้งอยู่รึเปล่าเนี่ย…(เปล่าหรอก อันที่จริงแล้วก็แค่โดนเทพเจ้าที่ชื่อว่าคนแต่งกลั่นแกล้งเท่านั้นแหละ)

ยุยถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเหลือบตามองเด็กสาวผมเหลืองที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียนคำขอพรลงบนกระดาษสี แล้วก็ต้องหันกลับมามองกระดาษของตัวเองด้วยสีหน้าคิดไม่ตก

“ยุยยังไม่ได้เขียนอีกเหรอ?” เคียวโกะละสายตาจากกระดาษของตัวเองมายังเด็กสาวผมดำที่ยังไม่เริ่มเขียนซะที

“ยังนึกไม่ออกน่ะ ว่าแต่เคียวโกะขออะไรไปเหรอ?” ยุยตอบตามความจริงออกไป หรือว่าเธอควรจะขอเหมือนปีที่แล้วดีนะ…แต่เดี๋ยวก่อน..แล้วปีที่แล้วเธอขออะไรไปล่ะ?

ยุยชะงักค้างไปกับสิ่งที่ตนเพิ่งจะฉุกคิดขึ้นได้เมื่อตะกี้ ปีที่แล้วเธอเคยเขียนคำขอพรด้วยอย่างงั้นเหรอ.. จากความทรงจำของเด็กสาว วันทานาบาตะเมื่อหนึ่งปีก่อนคือความว่างเปล่า เมื่อก่อนเธอนึกว่าเป็นเพราะเธอนอนสลบอยู่ในโรงพยาบาลช่วงนั้นพอดีมันก็เลยไม่มีเหตุการณ์อะไรให้สมองจดจำ แต่เมื่อเธอเริ่มฝันถึงเทศกาลทานาบาตะเมื่อไม่นานมานี้ บางทีเธออาจจะต้องคิดใหม่จริงๆ แล้วล่ะ…

…หรือว่าความฝันของเธอจะเป็นความทรงจำของเมื่อหนึ่งปีก่อนกันนะ…

“ก็..ขอให้จำเรื่องในอดีตได้สักทีน่ะ” เสียงพึมพำอันแผ่วเบาของเคียวโกะดึงยุยออกมาจากห้วงความคิด ถึงแม้ว่ารอบข้างจะเสียงดังก็ตาม แต่เด็กสาวก็ยังได้ยินเนื้อความในประโยคชัดเจนทุกคำอยู่ดี

“เอ๊ะ เรื่องในอดีตงั้นเหรอ..แล้วที่ว่าจำนี่หมายความว่า…?” ยุยขมวดคิ้ว

“อื้อ คือว่านะ ความจริงแล้วฉันความจำเสื่อมล่ะ” เคียวโกะพูด “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงลืมไปหมดแบบนี้ก็ไม่รู้ ถามคุณแม่ ท่านก็ไม่ยอมบอกสักที ไหนจะเรื่องที่ต้องนอนยาวในโรงพยาบาลเกือบปีอีก…”

“โรงพยาบาลงั้นเหรอ…” ยุยมุ่นคิ้ว

“อื้อ ทำไมเหรอ?” เคียวโกะถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะต้องแปลกใจมากยิ่งขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาอีกว่า

“ช่วงที่เธอเข้าโรงพยาบาล…เป็นช่วงเดียวกับวันทานาบาตะรึเปล่า?”

“เอ๊ะ…ยุยรู้ได้ยังไงกันน่ะ?”

“คือว่า…”

.

.

“อย่างนี้นี่เอง เมื่อก่อนยุยก็เคยนอนโรงพยาบาลเหมือนฉันงั้นเหรอ…” เคียวโกะพึมพำพลางมองผู้คนที่เดินไขว่ไปมาอยู่ข้างทาง ใกล้ๆ กับต้นไผ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยกระดาษสีขอพรหลากสีสัน หลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่ยุยเคยนอนอยู่โรงพยาบาลเกือบเดือน แถมยังเป็นช่วงเวลาเดียวกันเสียด้วย…

“อืม แต่ฉันจำได้หมดทุกเรื่องเลยนะยกเว้นก็แต่…” เหตุการณ์ช่วงวันทานาบาตะและเรื่องที่เคยรู้จักเธอเท่านั้น… ยุยคิดอย่างเหนื่อยใจ หนึ่งปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อความฝันนักหรอกนะ แต่มันกลับเป็นเหตุการณ์เดียวที่ดูจะเข้าเค้ากับเรื่องของเธอมากที่สุดเนี่ยสิ

“งั้น…ฉันรู้แล้วล่ะว่ายุยควรจะขออะไรดี” เคียวโกะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ยุยซึ่งกำลังถือกระดาษสีไว้อย่างคนไม่รู้จะเขียนอะไรดีต้องหันไปมองคนพูดอย่างฉงนใจไม่น้อย

“เอ๊ะ? อะไรงั้นเหรอ?”

“ขอให้จำเรื่องราวทุกอย่างได้เหมือนคำขอของฉันยังไงล่ะ” เคียวโกะส่งยิ้มใสซื่อให้ เล่นเอายุยอดรู้สึกเขินไม่ได้ แต่สีหน้าโป๊กเกอร์เฟซทำให้เจ้าตัวไม่แสดงอาการออกไปก็เท่านั้นแหละ

“แต่ยุยไม่ต้องเขียนเพิ่มหรอก เดี๋ยวใส่ชื่อยุยลงในกระดาษของฉันเอาก็ได้”

“เอ๊ะ ไม่ดีมั้ง” ยุยร้องห้าม

แต่สายไปเสียแล้ว เพราะเคียวโกะจัดแจงเขียนชื่อเด็กสาวลงบนกระดาษสีเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปผูกไว้กับต้นไผ่เสร็จสรรพ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ยุยงุนงงหนักเข้าไปอีกเมื่อเด็กสาวเดินไปดูกระดาษที่ถูกผูกไว้เรียบร้อยและได้เห็นชื่อตัวเองที่อีกฝ่ายเขียนไว้อย่างถูกต้อง ยิ่งเป็นการตอกย้ำมากขึ้นไปอีกว่าเธอกับเด็กสาวผมเหลืองเคยรู้จักกันจริงๆ

“จริงสิ…” เคียวโกะหันมาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น “เขียนคำขอพรเสร็จแล้วไปไหนกันต่อดีล่ะ?”

ยุยชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคล่าสุดของอีกฝ่าย ก่อนที่เด็กสาวจะยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง เมื่อภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเธอคือเด็กสาวสองคนที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเธอกับเคียวโกะไม่ผิดเพี้ยนกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกัน

“เขียนคำขอพรเสร็จแล้วไปไหนกันต่อดีล่ะ?”

“ยังจะไปไหนอีกล่ะ เธอเนี่ยน้า…”

“ยุยนี่ไม่ไหวเลย…แค่นี้ก็บ่นแล้ว เดี๋ยวโอริฮิเมะกับฮิโกโบชิก็เสียใจหรอก”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสองคนนั้นด้วยเล่า…จับแพะชนแกะจริงๆเธอเนี่ย”

หลังจากที่เหตุการณ์เหลือเชื่อเมื่อสักครู่หายไปไปได้ไม่นาน ยุยก็ต้องหันไปมองคนข้างกายอย่างไม่เชื่อสายตาพอๆ กัน เมื่ออีกฝ่ายหันมาพูดกับเธอด้วยสีหน้าไม่เชื่อสายตาตนเองว่า

“ยุย…เมื่อกี้…”

“เอ๊ะ..!?”

——————————-

ยิ่งแต่งยิ่งยาววุ้ยยยยย เจ็ดพาร์ทจบเลยดีมั้ย 55555 (เวอร์ไป แค่นี้ก็จะยี่สิบหน้าขึ้นแล้วนะ ห้าพาร์ทเนี่ย…)

(ห้าพาร์ทเพิ่งจะเข้าไคล์แมกซ์ เจริญเถอะ เจ็ดพาร์ทจบน่าจะดีสุด…)

Part 6

Yuru Yuri FanFic : ทานาบาตะ Part 5 [Yui x Kyouko]

One thought on “Yuru Yuri FanFic : ทานาบาตะ Part 5 [Yui x Kyouko]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s