Yuru Yuri FanFic : เมื่อเคียวโกะกลายเป็นซินเดอเรล่า…

Title : เมื่อเคียวโกะกลายเป็นซินเดอเรล่า…

Pairing : Yui x Kyouko มั้งนะ…

Fandom : Yuru Yuri

Note :  ฟิคนี้เคียวโกะเกรียนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

——————————-

กาลครั้งหนึ่ง(ไม่)นานมาแล้ว มีสาวน้อยคนหนึ่งนามว่าเคียวโกะ ผู้มีงานอดิเรกคือการนั่งดูมิราคุรุนและวาดโดจินขายเป็นชีวิตจิตใจ เด็กสาวอาศัยอยู่กับพ่อซึ่งเป็นมหาเศรษฐีเพียงสองคน จนกระทั่งคุณพ่อที่เคารพรัก(เนื่องจากเป็นผู้ออกเงินจัดงานโดจินให้)แต่งงานใหม่กับแม่ม่ายผู้มีลูกติดสองคน หนึ่งคือโทโมโกะผู้พี่ซึ่งสุภาพเรียบร้อยมากซะจนเคียวโกะรู้สึกเกรงใจ และผู้น้องคือจินัตสึที่หน้าตาเหมือนมิราคุรุนมากจนเคียวโกะติดสตั้นท์ไปร่วมสิบนาทีตอนที่เจอกันครั้งแรก

แต่แล้วคุณพ่อก็เสียชีวิตไปอันเนื่องจากจากบทไม่ส่งให้อยู่ต่อ จินัตสึผู้หมั่นไส้เคียวโกะเสียเต็มประดาเลยจัดการรวบสมบัติเสียเลย(โดยที่ผู้เป็นแม่กับพี่สาวห้ามไม่ทัน) แต่คนอย่างเคียวโกะหรือจะแคร์ ลำพังแค่เงินจากการขายโดจินเธอยังใช้ไม่หมดเลยมั้ง กะแค่โดนยึดสมบัติไปเธอไม่กลัวหรอก หลังจากนั้นไม่นาน จินัตสึก็ค้นพบว่านอกจากจะทำอะไรเคียวโกะไม่ได้แล้ว เธอยังต้องอกสั่นขวัญแขวนเพราะกลัวเคียวโกะมาทำมิดีมิร้ายอีกตะหาก (เคียวโกะ said ฉันแค่จะกอดจินัตสึจังเอง!!)

เย็นวันหนึ่ง จินัตสึผู้หมายมั่นว่าวันนี้เธอจะต้องทำให้เคียวโกะทำงานบ้านให้เธอให้ได้(หลังจากที่ล้มเหลวมาเป็นครั้งที่164) ก็บุกไปยังห้องนอนของเคียวโกะแล้วกระชากลูกบิดประตูเปิดอย่างรุนแรง ก่อนจะตะโกนเรียกหาเจ้าของห้องว่า

“นี่! ยังอยู่รึเปล่า!”

เคียวโกะหันไปมองประตูด้วยความงุนงง ก่อนจะเผยยิ้มดีใจอย่างไม่ปิดบังพร้อมทั้งพุ่งตัวไปยังหน้าประตูด้วยความเร็วสูงที่ทำให้ผู้มาเยือนถึงกับผงะ

“อ๊ะ จินัตสึจังนี่น่า คิดถึงพี่สาวคนนี้เหรอ?” นัยน์ตาของเคียวโกะฉายประกายเจ้าเล่ห์ซะจนเจ้าของชื่อถึงกับถอยห่างออกจากประตูด้วยความกลัว แต่สุดท้ายก็ทำใจดีสู้เสือตะโกนตอบกลับไปว่า

“จะบ้ารึไง ฉันจะมาถามว่าเมื่อไหร่จะไปทำข้าวเย็นตะหากเล่า!”

“หือ? ข้าวเย็นอะไรกันน่ะ อ๋อ จินัตสึจังจะมาเป็นข้าวเย็นให้ฉันเหรอ ดีจังเลย”

แต่ไม่รู้เพราะเคียวโกะหูหนวกหรือแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกันแน่ เลยตีความหมายของประโยคที่น้องสาวไม่แท้ของตนพูดไปคนละทางซะอย่างนั้น ก่อนที่เด็กสาวจะย่างก้าวไปหาจินัตสึที่เริ่มหน้าซีดลงเรื่อยๆ และแล้วการวิ่งจับไล่ประจำวันก็เริ่มต้นอีกครั้ง…

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

ชีวิตประจำวันของเคียวโกะก็เป็นซะแบบนี้แล…

.

ชีวิตอันเรื่อยเปื่อยของเคียวโกะผ่านไปอย่างเฉื่อยชา จนกระทั่งวันหนึ่งมีใบปลิวประกาศว่อนทั่วเมือง ว่าด้วยเรื่องงานเต้นรำที่กำลังจะมาถึง แน่นอนว่าไม่ว่าใครต่างก็อยากไปกันทั้งนั้นน่ะแหละ ไม่เว้นแต่จินัตสึและเคียวโกะ แต่ช้าก่อน อย่าเข้าใจผิดไปเชียวล่ะว่าคนอย่างเคียวโกะจะอยากไปงานเต้นรำด้วยจุดประสงค์แบบเดียวกับชาวบ้าน อันที่จริงแล้วที่เธออยากไปก็เพราะว่าเธอจะไปเป็นไม้กันหมาให้จินัตสึจังผู้น่ารักของเธอตะหากเล่า! (จินัตสึ said ไม่ได้ต้องการเลยสักนิดค่ะ!!)

ดังนั้นเพื่อผลประโยชน์และความปลอดภัยของตัวจินัตสึเอง เด็กสาวผมชมพูจึงจัดการปิดตายประตูห้องนอนของเคียวโกะด้วยของสารพัดอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าเคียวโกะจะไม่มาป่วนตัวเธอในงานเต้นรำกับเจ้าชายยุยสุดหล่อ งานนี้เลยต้องลงทุนกันแบบนี้แหละ

เมื่อถึงเย็นวันงาน เคียวโกะถึงขั้นช็อกเมื่อค้นพบว่าตัวเองออกจากห้องไม่ได้ ไม่นะ จินัตสึจังที่น่ารัก…ทำไมถึงทำกันได้ลงคอล่ะ… เด็กสาวคร่ำครวญในใจ แต่ไม่นานนักเธอก็มานั่งกอดอกครุ่นคิดถึงวิธีออกจากห้องแทน ในเมื่อจินัตสึไม่ยอมให้เธอตามไปดีๆ เธอก็จะแอบตามไปให้ได้! ขอปฏิญาณด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอเลย!!

ความบ้าบอของเคียวโกะนั้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่ผู้รักลูกสาวยิ่งชีพถึงขั้นกุมขมับรับไม่ได้จนต้องส่งใครบางคนลงไปช่วยให้ลูกสาวพวกตนสมหวังและคนๆนั้นก็คือ…นางฟ้าผู้มีนามว่าอาคาริ!

นางฟ้าอาคารินั้นเป็นคนที่ชื่นชอบโดจินที่เคียวโกะวาดมากจนต้องแปลงกายลงมายังโลกมนุษย์เพื่อต่อคิวซื้อเลยทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้มาซื้อกี่หนๆ เคียวโกะก็จำเธอไม่ได้ซะที…(เป็นเพราะว่าตัวเธอนั้นจืดจางไป…)

“โอ๊ย  พังยากมากนักเดี๋ยวแม่ก็กระโดดลงไปซะเลยนี่!”เคียวโกะบ่นรอบที่สามสิบหก หลังจากที่เธอพยายามพังประตูห้องนอนตัวเองจนเหนื่อยหอบแล้ว แต่ประตูเจ้ากรรมก็ไม่ยอมพังซะที แต่ถึงจะบ่นไปเธอก็ไม่คิดจะทำตามอย่างที่พูดหรอกนะ ใครมันจะบ้ากระโดดลงจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสามกันเล่า ขืนทำแบบนั้นมีหวังตายกันพอดีแบบไม่ต้องสืบ…

“ทำอะไรอยู่งั้นเหรอ เคียวโกะจัง?” เสียงใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง จนเด็กสาวผมเหลืองอ่อนถึงกับสะดุ้งตัวเฮือกด้วยอารามตกใจ ก่อนที่เธอจะคว้าไม้บรรทัดขึ้นมาพร้อมทั้งหันหลังไปขู่ใส่ผู้บุกรุกเสียงดังว่า

“เธอเป็นใครน่ะ!? แล้วรู้จักชื่อฉันได้ยังไง!?”

“เอ่อ…ฉันคืออาคาริยังไงล่ะ คนที่ตามไปซื้อโดจินของเธอทุกงานเลยน่ะ เคียวโกะจังจำไม่ได้เหรอ?” อาคาริพูดเสียงสั่นพลางมองไม้บรรทัดในมืออีกฝ่ายอย่างหวาดๆ

ด้านเคียวโกะก็ได้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะร้องอ๋อเบาๆ “อ๋อ อาคาริคนนั้นน่ะเหรอ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ว่าแต่โผล่มาได้ไงน่ะ?” เออออตามอีกฝ่ายไปงั้นแหละ จะอาคาริไหนเธอก็จำไม่ได้ทั้งนั้นแหละ แต่ที่พูดนี่เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมาดีไม่ได้มาร้ายหรอกนะ เด็กสาวคิดในใจเงียบๆพลางวางไม้บรรทัดลงกับโต๊ะ

“คือว่าคุณพ่อคุณแม่ของเคียวโกะจังส่งฉันมาน่ะ” อาคาริยิ้มใสซื่อให้

“หือ? คุณพ่อคุณแม่น่ะเหรอ แต่ว่าพวกท่านเสียไปแล้วนี่น่า…ย..อย่าบอกนะว่า…เธอเป็นผี!”

อาคาริแทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพงทันทีที่ได้ยินคำตอบของเด็กสาว นี่เห็นว่าเธอเป็นผีงั้นเหรอ!? แต่เมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายยังเข้าใจผิดอยู่จึงได้แต่แก้ความเข้าใจผิดเสียงละล่ำละลักว่า

“ม..ไม่ใช่นะ ความจริงแล้วอาคาริน่ะเป็นนางฟ้าจากสวรรค์นะ ไม่ใช่ผีซะหน่อย! ไม่เชื่อดูปีกนางฟ้าที่หลังของอาคาริสิ”

เมื่อได้ยินดังนั้นเคียวโกะจึงชะโงกหน้าไปมองด้านหลังของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่พบอะไร “ไม่เห็นมีเลย ไหนล่ะปีกนางฟ้าที่ว่า?”

“เอ๋! ปีกอาคาริหายไปไหนน่ะ!?” อาคาริถึงกับลนลานเมื่อได้ยินว่าปีกของตนหายไป ซึ่งอันที่จริงแล้วมันไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่เธอแค่ถูกเคียวโกะแกล้งว่ามองไม่เห็น ทั้งที่มันปรากฎอยู่บนหลังทนโท่นั่นแหละ…

“ก็ยังอยู่นี่น่า เคียวโกะจังอย่าแกล้งกันสิ นี่ฉันอุตส่าห์มาช่วยนะ!” อาคาริโวยวายใส่เด็กสาว

“โทษทีๆ ว่าแต่เข้าเรื่องกันเถอะ ไร้สาระมานานล่ะ” หลังจากที่แกล้งอีกฝ่ายอยู่นาน เคียวโกะถึงจะค่อยเข้าเรื่องเสียที ก็แหม นานๆทีจะได้แกล้งคน ไม่สิ นี่มันนางฟ้านี่น่า…

“อืม เห็นแก่โดจิน…เอ๊ย คุณพ่อคุณแม่ของเธอ ฉันจะช่วยก็แล้วกันนะ” อาคาริแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาแปลกๆของเคียวโกะที่มองมา ก่อนจะร่ายคาถาเสกชุดที่ดูดีที่สุดตามใบสั่งของบุพการีของสาวน้อยตรงหน้า

แสงสว่างวูบวาบเต็มห้องจนเคียวโกะต้องหลับตาลง ก่อนที่แสงจะหายไปพร้อมกับร่างของเคียวโกะที่บัดนี้สวมชุดราตรีฟูฟ่องสีเหลืองอ่อนกับรองเท้าแก้วใส ซึ่งเมื่อเคียวโกะเห็นสภาพใหม่ของตนเองก็ถึงขั้นรับไม่ได้เลยทีเดียวเชียว

“ทำไมถึงเสกชุดนี้มาล่ะ ไม่มีชุดเท่ห์ๆเหรอ!” เคียวโกะร้องโวยวายเสียงดัง แบบนี้เธอก็ตามไปเป็นไม้กันหมาให้จินัตสึจังไม่ได้น่ะสิ!

“ไม่มีหรอกจ้ะเคียวโกะจัง อาคาริทำได้แค่นี้ล่ะ” อาคาริยิ้มแห้งๆ

…เป็นนางฟ้าอะไรทำได้แค่นี้…เคียวโกะบ่นในใจ แต่ก็นั่นแหละ เธอไม่โง่พอถึงขนาดทำร้ายจิตใจคนที่มาช่วยเธอหรอกนะ อันที่จริงควรจะขอบคุณด้วยซ้ำ

…ขอโทษนะเคียวโกะจัง แต่อาคาริโดนสั่งมาแบบนี้น่ะ…อาคาริพร่ำขอโทษอีกฝ่ายในใจเมื่อได้เห็นสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นักของอีกฝ่าย ก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าอีกฝ่ายอยากได้ชุดแบบไหน แต่เธอก็ขัดใจคนที่อุตส่าห์ส่งเธอลงมายังโลกมนุษย์ไม่ได้เหมือนกันนะ

“แล้วจะทำยังไงกับประตูห้องดีล่ะ” เคียวโกะที่ทำใจรับสภาพของตนได้แล้วมองประตูอย่างงงๆ อาคาริยิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะดีดนิ้วเปลาะนึง แล้วประตูที่ถูกกั้นไว้ก็เปิดออกอย่างง่ายดายจนเคียวโกะได้แต่อ้าปากเหวอ

“โห สุดยอด”

“รู้สึกว่าพี่สาวเธอจะแอบเตรียมรถม้าไว้ให้แล้วนะ จอดอยู่ตรงประตูหลังน่ะ ขอให้โชคดีกับงานเลี้ยงนะ เคียวโกะจัง อ๊ะ จริงสิ ถ้าจำไม่ผิด พรุ่งนี้มีงานโดจินนี่น่า อย่าลืมนะ”

อาคาริพูดรัวเร็ว ก่อนจะหายตัวไปจากห้องของเคียวโกะอย่างรวดเร็วจนเด็กสาวผมเหลืองได้แต่ยืนพยักหน้ารับอย่างมึนงงปนอึ้งๆ แต่เมื่อเด็กสาวตั้งสติได้ ขาของเธอก็ก้าวไปยังประตูหลังคฤหาสน์พร้อมๆกับใจที่เริ่มจะตื่นเต้นเมื่อนึกถึงหน้าจินัตสึ

.

ด้านนอกของงานเต้นรำ มีร่างสูงของใครบางคนกำลังนั่งคุกเข่าหลบอะไรบางอย่างอยู่อย่างเงียบเชียบ ขณะที่ภายในงานกำลังวุ่นวายอย่างหนักเนื่องจากผู้ที่เป็นจุดเด่นที่สุดของงานอย่างเจ้าชายยุยกลับหายไป ใช่แล้ว ร่างสูงที่ว่าก็คือเจ้าชายยุยนี่ล่ะ (ยุย said ฉันเป็นผู้หญิงนะ!)

หลังจากที่เธอต้องปฏิเสธที่จะเต้นรำกับสาวๆ ที่ไม่รู้ว่าแห่เข้ามาในวังกันทั้งเมืองเลยรึเปล่า ยุยจึงตัดสินใจหนีออกมาจากงานเต้นรำซะเลยนี่ ซึ่งแต่เดิมทีเธอก็ไม่ได้คิดอยากจะมาทำอะไรแบบนี้เลยสักนิด แต่เพราะเสด็จพ่อบ้าๆของเธอนั่นแหละ เรื่องมันถึงเลยเถิดมาถึงขนาดนี้น่ะ…

“เฮ่อ ปล่อยให้ฉันมีชีวิตอย่างสงบสุขสักวันไม่ได้รึไงกัน…” ยุยบ่นเบาๆ แต่เห็นได้ชัดว่าสวรรค์ไม่ต้องการให้เธอมีชีวิตอย่างสงบสุขจริงๆ เพราะหลังจากที่เจ้าตัวบ่นออกไปได้ไม่นานนัก ใครสักคนก็โผล่มาตะโกนใส่ข้างหูเธอซะงั้น…

“เหวออออ!?” ยุยร้องเสียงหลงเบาๆ แต่ก็ดังมากพอที่คนแกล้งจะได้ยิน เด็กสาวในคราบเจ้าชายหันควับไปมองผู้มาใหม่อย่างเคืองๆ ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่จังๆ

“ฮิๆๆ กลัวด้วยล่ะ” เคียวโกะหัวเราะเจ้าเล่ห์ ความจริงแล้วเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ได้ไม่นานนัก แต่ระหว่างกำลังเดินไปยังวังที่จัดงานเต้นรำ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างในชุดสูงศักดิ์เสียก่อน ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เธอเลยเปลี่ยนเป้าหมายซะอย่างนั้น ก่อนจะตัดสินใจแกล้งอีกฝ่ายอย่างที่เห็นนั่นแหละ

“เฮ้ เป็นอะไรไปน่ะ?” เคียวโกะโบกไม้โบกมือตรงหน้ายุย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมัวแต่จ้องหน้าเธอจนเธอชักเริ่มอึดอัด

ยุยสะดุ้งตัวเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่าย ก่อนจะกระแอมไอแก้เขินเบาๆเมื่อเห็นว่าตนเองมัวแต่จ้องมองเด็กสาวตรงหน้ามากจนเกินไป “ว่าแต่เจ้ามาเต้นรำงั้นเหรอ?”

“เต้นรำ? เปล่าหรอก มาตามหาน้องสาว(ไม่แท้)ตะหากล่ะ” เคียวโกะตอบอย่างตรงไปตรงมา แถมคำตอบที่ไม่เหมือนชาวบ้านนั่นก็ทำให้ยุยถึงกับกระพริบตาปริบๆอย่างแปลกใจ ก็คนปกติที่ไหนเค้าตอบกันล่ะว่ามาตามหาน้องสาว…

“น้องสาวเจ้างั้นเหรอ? นางมางานเต้นรำด้วยงั้นสินะ…” ยุยทำหน้าเหยเกเมื่อนึกถึงบรรดาสาวๆที่มางานเต้นรำ

“อืม เห็นบอกว่าจะมานี่น่ะ ก็คงจะมาจริงๆนั่นแหละ” เคียวโกะพูดเองเออเอง

“ถ้างั้นเจ้าก็กำลังจะเข้าไปในงานงั้นสินะ…”

“คงไม่แล้วล่ะ เพราะฉันเห็นพวกทหารเดินวนไปมาแถวนี้ด้วยล่ะ ข้างในคงจะเกิดเรื่องอะไรสักอย่างแน่ๆเลย ขืนฉันเข้าไปคงไม่พ้นโดนสงสัยแน่ๆ”

เคียวโกะเอ่ยถึงสถานการณ์ที่ตนเห็น แต่คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้ยุยถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก ถ้าลองทหารออกมาก็แสดงว่าเสด็จพ่อคงรู้เรื่องทั้งหมดแล้วแน่ๆ แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของพวกทหารที่เดินผ่านหน้าพุ่มไม้ที่พวกตนแอบอยู่ไป

ยุยชะโงกหน้าออกไปดูสถานการณ์เล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจฉุดกระชากข้อมือของเด็กสาวที่เธอไม่รู้แม้แต่ชื่อวิ่งออกจากไปสวนแห่งนี้ โดยที่เคียวโกะได้แต่อ้าปากเหวออย่างงุนงง แต่สุดท้ายก็ยอมตามไปอย่างโดยดี แถมยังนำทางไปยังเส้นทางที่จะออกสู่ภายนอกวังอีกด้วย

ไม่นานนัก ทั้งสองก็ยืนหอบอยู่ภายนอกกำแพงวัง โดยทั้งคู่ยืนพิงรถม้าของเคียวโกะอย่างเงียบงัน ก่อนที่เคียวโกะซึ่งมีแต่คำถามเต็มไปหมดจะยิงคำถามข้อแรกใส่ยุยว่า

“เธอเป็นเจ้าชายสินะ?”

ยุยยิ้มเจื่อนๆให้คนถามเล็กน้อย เพิ่งจะเห็นหน้ากันไม่นานก็เดาออกแล้วเหรอว่าเธอเป็นใคร…ว่าแต่ใช้คำว่าเธองั้นเหรอ…??

“ใช่…ว่าแต่รู้ด้วยเหรอว่าข้าเป็นผู้หญิงน่ะ!?”

“หน้าหวานซะขนาดนี้ ดูไม่ออกก็โง่เต็มทนแล้ว…” เคียวโกะเอ่ย และเมื่อยุยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกทั้งอยากจะหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกันเลยทีเดียว ก็คนที่ดูไม่ออกว่าเธอเป็นผู้หญิงน่ะ..มันมีเยอะแยะเต็มไปหมดเลยน่ะสิ…

“เงียบไปทำไมน่ะ? แทงใจดำเหรอ??” เคียวโกะขมวดคิ้วมองเจ้าชายที่ตอนนี้ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นซะแล้ว

“เปล่าหรอก…เจ้าแค่พูดความจริงที่ข้าอยากจะพูดมาตลอดก็เท่านั้นแหละ…” ยุยว่า

“แล้วทำไมไม่พูดไปล่ะ?” เคียวโกะถามเสียงซื่อ

“ก็เสด็จพ่อ…” เอ่ยได้แค่นั้นยุยก็ได้แต่ก้มหน้าอย่างเศร้าสร้อย ในขณะที่เคียวโกะก็ได้แต่ขยับยิ้มเครียดเล็กน้อย ก่อนที่สมองอันปราดเปรื่อง(?)จะปิ๊งอะไรขึ้นมาพอดี

“งั้นก็ไม่ต้องเล่าแล้วกัน เอาล่ะ หาอะไรสนุกๆทำแก้เครียดกันเถอะ!” เด็กสาวผมเหลืองเอ่ยเสียงใส ก่อนจะคว้าข้อมืออีกฝ่ายเข้าไปในรถม้าแล้วหันไปกระซิบบอกกับคนขับเล็กน้อย จากนั้นไม่นานรถม้าก็เคลื่อนที่ออกจากหลังวังไปยังตัวเมือง โดยที่คนโดนลากขึ้นมาอย่างยุยนั้นได้แต่ทำหน้าเหวอ

“นี่เจ้าจะพาข้าไปไหนน่ะ!?”

“ไปงานโดจินที่ใหญ่ที่สุดของเมืองยังไงล่ะ!”

“หา?”

“อย่างที่พูดไงล่ะ และที่สำคัญนะ เธอต้องมาช่วยฉันขายโดจินด้วย ตอบแทนที่ช่วยพาออกมายังไงล่ะ!”

ยุยขยับยิ้มเครียดเมื่อได้ฟังเหตุผลทั้งหมดของอีกฝ่าย ก่อนที่รอยยิ้มเครียดนั้นจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขบขัน ช่วยไม่ได้ล่ะนะ…

หลังจากนั้นไม่นาน พวกทหารก็ค้นพบว่าเจ้าชายของพวกตนนั้นกลายเป็นคนขายโดจินไปเสียแล้ว แถมลากกลับวังเท่าไหร่ก็ไม่ยอมกลับ เดือดร้อนพระราชาต้องตามมาคุยด้วยตนเองเลยทีเดียว ก่อนจะได้คำขาดที่ชวนหน้าหงายไปว่า

“ขอเป็นคนธรรมดาดีกว่า เลิกมาเซ้าซี้ได้แล้วน่าเสด็จพ่อ…”

เรื่องราวทั้งหมดก็เลยจบลงด้วยประการฉะนี้แล…

(คนแต่ง said ก็บอกแล้วไง ฟิคนี้เกรียน ก็เลยจบแบบเกรียนๆยังไงล่ะ //ยิ้มกว้าง)

——————————-

สิริรวมเจ็ดหน้าครึ่ง ยาวโคตร!! ขอสารภาพว่าคนแต่งท้องแข็งแล้วครับ ขำไม่หยุดตั้งแต่เริ่มแต่ง orz

Yuru Yuri FanFic : เมื่อเคียวโกะกลายเป็นซินเดอเรล่า…

2 thoughts on “Yuru Yuri FanFic : เมื่อเคียวโกะกลายเป็นซินเดอเรล่า…

  1. สาวน้อยเวทมนตร์ที่เดินผ่านมา says:

    อ่าว ตัดจบซะงั้น ถถถถถถ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s