Pokemon Special FanFic : เรื่องราวป่วนๆในไฮสคูล [Ruby x Sapphire]

Title : เรื่องราวป่วนๆในไฮสคูล

Pairing : Ruby x Sapphire

Fandom : Pokemon Special

Note : อยู่ๆพล็อตก็ผุดขึ้นมาในสมอง…แล้วหลังจากนั้นก็เขียนเลยจนได้เป็นฟิค…orz

————————————————–

“ฟู่ว รอดตายหวุดหวิดเลยแฮะเรา…” ร่างบางพึมพำเสียงเบาพลางมองประตูรั้วโรงเรียนที่ปิดสนิทหลังจากเธอเพิ่งจะย่างก้าวเข้ามาในโรงเรียนได้ไม่นานนักด้วยความดีใจ ก่อนที่เสียงทุ้มของใครบางคนซึ่งทำหน้าที่คุมประตูอยู่จะดังขึ้น

“เกือบได้ทำลายสถิติของเดิมเมื่อเทอมก่อนแล้วนะ แซฟไฟร์”

“ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้นะ พ่อกรรมการนักเรียนคนเก่ง” เด็กสาวที่ชื่อแซฟไฟร์เอ่ยอย่างหงุดหงิด

เด็กหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดของอีกฝ่าย แล้วเดินไปยังตึกเรียนของตนโดยไม่สนใจเด็กสาวเลยสักนิด ในขณะที่แซฟไฟร์ได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างรู้สึกขัดใจปนหมั่นไส้เท่านั้น ก่อนจะเดินไปยังตึกเรียนของตัวเองซึ่งเป็นตึกเรียนของสายศิลป์แทน

ที่นี่คือโรงเรียนไฮสคูลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองแห่งหนึ่ง และด้วยชื่อเสียงของโรงเรียนนี้ซึ่งดังไม่เบา เอาเป็นว่ามันดังที่สุดในเมืองนี้แล้วกัน ทำให้แต่ละปีมีเด็กมาสมัครสอบเข้าเป็นจำนวนมาก โดยที่โรงเรียนแห่งนี้ได้เปิดการเรียนการสอนสองสายคือสายวิทย์กับสายศิลป์ และแน่นอนว่าสองหนุ่มสาวที่เพิ่งจะถูกเอ่ยถึงไปนั้นเรียนกันคนละสายนั่นเอง…

.

“ทำหน้าบูดแต่เช้าเชียวนะ หมอนั่นกวนประสาทเธออีกแล้วล่ะสิ”

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้นพร้อมๆกับการปรากฎตัวของเด็กหนุ่มเจ้าของทรงผมสีเหลืองทองอันแปลกประหลาดในสายตาของใครหลายๆคน แต่ไม่ใช่กับเด็กสาวที่รู้จักอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็กอย่างเธอ…

“เอเมอรัล! นายก็ดูอีตาบ้ามันพูดสิ หนอย ถ้าไม่เห็นว่าอยู่ที่โรงเรียนล่ะก็แม่จะซัดกลับให้หน้าหงายเลย” แซฟไฟร์บ่นพลางชูกำปั้นขึ้นมา ทำเอาคนฟังอดไม่ได้ที่จะถอยหลังเล็กน้อยอย่างหวั่นวิตก ก็หมัดของเด็กสาวตรงหน้ามันเบาซะเมื่อไหร่ล่ะ เห็นบางๆแบบนี้แต่ศิลปะการป้องตัวเข้าขั้นปรมาจารย์เลยนะ…

“เอาน่า ยังไงก็เพื่อนกัน อย่าไปโกรธรูบี้มันเลย” เอเมอรัลแก้ตัวแทนเพื่อนสมัยเด็กอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้

แซฟไฟร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างบางเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลกำลังยืนโบกมืออยู่หน้าประตูห้อง โดยที่ข้างๆนั้นมีร่างของเด็กหนุ่มผมดำที่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากตนโดนอีกฝ่ายลากมานั่นเอง..

“คุณบลูมีอะไรงั้นเหรอคะ?” เด็กสาวเอ่ยถามรุ่นพี่สาวทันทีที่เดินออกมาเจออีกฝ่าย

ด้านเด็กสาวที่ถูกเรียกว่าบลูนั้น เมื่อได้ยินคำถามจากปากของรุ่นน้องสาวก็ได้แต่แย้มยิ้มน้อยๆเท่านั้น ในขณะที่เด็กหนุ่มผมดำซึ่งยืนอยู่ข้างๆได้แต่ทำสีหน้าหวาดระแวงเมื่อเห็นรอยยิ้มของเพื่อนสาวตน แล้วตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาว่า

“ความจริงแล้วยัยนี่น่ะ..อุ๊บ!” แต่ก่อนจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ก็ถูกบลูต่อยเข้าที่ท้องจนต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความจุกปนเจ็บนั่นเอง

“เร้ด ถ้านายยังพูดอีกล่ะก็…เรื่องนั้นถึงหูเยลโล่ว์แน่นอน เข้าใจนะ” บลูกระซิบเบาๆ ซึ่งเร้ดก็ได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้นเพราะยังคงจุกจนพูดไม่ออก ในขณะที่แซฟไฟร์ก็ได้แต่มองทั้งคู่อย่างงุนงงแกมเป็นห่วงรุ่นพี่หนุ่มเท่านั้น..

เด็กสาวรีบฉีกยิ้มให้รุ่นน้องสาวที่กำลังมองพวกเธอกลบเกลื่อนทันที แล้วเอ่ยประเด็นที่ตนตั้งใจจะพูดกับอีกฝ่ายขึ้นว่า

“แซฟไฟร์ พี่อยากจะวานให้เราไปทำอะไรให้หน่อยได้มั้ย?”

“คะ?”

“คือว่า…”

.

.

“ให้ไปทำงานที่สภานักเรียนแทนคุณบลูนี่เอาจริงดิ!?” เอเมอรัลอุทานเสียงหลงเมื่อได้ฟังสิ่งที่รุ่นพี่ไหว้วานให้เพื่อนสาวของตนทำ ก่อนจะปิดปากตัวเองเมื่อเห็นว่าอุทานเสียงดังไป แต่ทว่าก็ไม่มีใครสนใจเด็กหนุ่มอยู่ดีเพราะว่าเลิกเรียนแล้วนั่นเอง…

“ให้ทำไงได้ล่ะ…” แซฟไฟร์บ่น ก่อนจะเอาหน้าฟุ่บกับโต๊ะอย่างจนปัญญา คุณบลูนะคุณบลู ไหว้วานอย่างอื่นไม่ได้เหรออออออ!

“งั้นก็…โชคดีกับการทำงานที่สภานักเรียนนะ…จริงสิ ฝากทักทายมิสึรุคุงแทนฉันด้วยนะ”

เด็กสาวมองเพื่อนสนิทที่คว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไปด้วยแววตาเซ็งๆ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าของตนขึ้นมาบ้างแล้วเดินไปยังที่ตั้งของสภานักเรียนซึ่งเป็นตึกสองชั้นแล้วยังตั้งคั่นกลางระหว่างตึกเรียนของสายวิทย์กับสายศิลป์อีกด้วย

“อ้าว นั่นแซฟไฟร์จังไม่ใช่เหรอ?”

เสียงทักดังขึ้นทันทีที่เด็กสาวเปิดประตูเข้าไป แซฟไฟร์หันควับไปยังต้นเสียงแล้วก็ต้องยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าผู้ทักเป็นเด็กสาวผมน้ำเงินเข้ม ก่อนจะถลาเข้าไปรับกองเอกสารซึ่งใกล้จะร่วงหล่นจากชั้นวางของ

“คุณคริสตัลอยู่คนเดียวงั้นเหรอคะ?” แซฟไฟร์ถามเด็กสาวที่ชื่อคริสตัลพลางกวาดตามองไปรอบๆห้องสภานักเรียนด้วยแววตาแปลกใจปนโล่งอก ดูเหมือนว่าคนที่เธอไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดจะไม่อยู่ในห้องสินะ…ซะเมื่อไหร่กัน

“เปล่าหรอกจ้ะ ความจริงแล้ว..อ๊ะ มิสึรุคุง รูบี้คุง พูดถึงก็มาพอดีเลย”

แซฟไฟร์หันไปยังประตูที่เธอเพิ่งจะเดินเข้ามาด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนที่ถึงแม้จะเป็นรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ความรู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายก็ยังคงเพิ่มขึ้นตามอายุของพวกเธออยู่ดี

รูบี้มองเด็กสาวที่เกลียดเขาอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก่อนจะได้ถามอะไรขึ้นมานั้น เสียงเรียกชื่อของตนก็ดังขึ้นมาจากชั้นสองซึ่งเป็นห้องของประธานสภานักเรียน

นัยน์ตาสีแดงทับทิมเหลือบไปสบกับนัยน์ตาสีไพลินเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก ในขณะที่เจ้าของนัยน์ตาสีไฟลินก็ได้แต่ขมวดคิ้วมองตามอีกฝ่ายไปจนกระทั่งลับสายตาอย่างงุนงง

“เดี๋ยวนี้คุณกรีนเอะอะก็เรียกหาแต่รูบี้คุงนะครับ..” เสียงของมิสึรุที่ดังขึ้นเรียกสายตาของแซฟไฟร์ให้หันไปมองคนพูดด้วยความงุนงงที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ทำให้คริสตัลต้องตอบข้อสงสัยของเด็กสาวแทนว่า

“คุณกรีนคงอยากให้รูบี้คุงขึ้นเป็นรองประธานสภานักเรียนแทนซิลเวอร์คุงที่ต้องขึ้นเป็นประธานนักเรียนในปีหน้าล่ะมั้งนะ..”

“ให้อีตารูบี้เป็นรองประธานสภานักเรียนเนี่ยนะคะ คุณกรีนตาถั่วรึเปล่าเนี่ย…” แซฟไฟร์บ่นออกมาเมื่อได้รับคำตอบ แต่ประโยคหลังนั้นกลับลดเสียงลงจนคล้ายเสียงกระซิบ ทำให้ทั้งคริสตัลและมิสึรุอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“ขอโทษนะที่ฉันตาถั่ว”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้แซฟไฟร์สะดุ้งตัวก่อนจะหันไปสบตากับเด็กหนุ่มผู้มีอำนาจสูงสุดในสภานักเรียนอย่างหวาดๆ ในขณะที่รูบี้ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังกรีนนั้นมองใบหน้าซีดๆของเด็กสาวผมสีเปลือกไม้อย่างขบขัน แล้วก็ยิ่งขำมากขึ้นไปอีกเมื่ออีกฝ่ายหันมาค้อนใส่ตน

“เลิกทะเลาะกันทางสายตาได้แล้ว พวกเธอทั้งคู่นั่นแหละ” กรีนเอ่ยเรียบๆ แต่ก็ทำให้ทั้งรูบี้และแซฟไฟร์สงบอารมณ์ได้ทันที ไม่ว่าใครก็ไม่อยากทำให้ประธานสภานักเรียนคนเก่งหงุดหงิดหรอกนะ…เพราะเวลาเจ้าตัวหงุดหงิดขึ้นมา คนรอบข้างจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้เหมือนกัน…

“จริงสิ เธอโดนบลูไหว้วานมาสินะ” กรีนหันไปถามแซฟไฟร์เสียงเรียบ ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้ารับ จึงเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เด็กสาวถึงกับนิ่งค้างว่า “ถ้ายังไงก็ช่วยไปกับรูบี้ทีได้รึเปล่า? งานนี้ให้ทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ”

“คุณกรีนคะ แต่ว่า…” เด็กสาวพยายามแย้ง แต่เมื่อได้เห็นแววตาของคนตรงหน้าก็ทำได้แค่พยักหน้าแต่โดยดีพลางคิดในใจว่า วันนี้มันวันซวยของเธอรึไงกัน…

ด้านกรีนที่เห็นดังนั้นจึงพยักหน้ารับอย่างพอใจ ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องทำงานของตนพร้อมกับหยิบมือถือโทรไปหาใครบางคนที่วุ่นวายไม่เข้าเรื่องในความคิดของตน

“ฉันจัดการให้แล้วนะ…แค่นี้พอใจรึยัง?” เด็กหนุ่มกรอกเสียงลงไปทันทีที่สัญญาณติด ในขณะที่คนรับสายได้แต่กลั้วหัวเราะใส่พลางตอบกลับมาว่า

“พอใจแล้วล่ะ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะจ้ะ กรีนคุง”

พูดจบก็วางสายไปทันที กรีนมองมือถือของตนด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายใจเล็กน้อยแล้วก็ได้แต่บ่นออกมาว่า

“เฮ้อ ยัยจุ้นเอ๊ย..”

.

“ดูเธอไม่ค่อยพอใจที่ต้องมาทำงานกับฉันเลยนะ…” รูบี้ว่า ขณะกำลังขนกองเอกสารที่ถึงเด็กสาวจะแบ่งมาครึ่งหนึ่งก็ยังเยอะอยู่ดี ถึงว่าทำไมงานนี้ทำคนเดียวไม่ได้…แต่งานเล็กๆน้อยๆแค่นี้ถึงกับต้องให้เด็กหนุ่มคนข้างๆมาทำเองนี่มันก็…

“แล้วก็ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลย ขืนให้มิสึรุมาทำคงได้เป็นลมล้มพับไปก่อนน่ะสิ” รูบี้ตอบคำถามในใจของเด็กสาวออกมาจนหมดเปลือก จนเด็กสาวได้แต่ทำหน้าบึ้งตอบกลับเท่านั้น หมอนี่เดาเก่งจริงๆ

“ฉันไม่ได้เดา…หน้าเธอมันฟ้อง” รูบี้เอ่ยลอยๆ ทำให้แซฟไฟร์ถลึงตาใส่เด็กหนุ่มอย่างหงุดหงิด คนตรงหน้าเธอนี่มัน…น่าหมั่นไส้เป็นบ้า

“ช่วยเดินเงียบๆทีได้มั้ย” แซฟไฟร์เอ่ยประโยคแรกออกมา หลังจากที่เดินฟังอีกฝ่ายพูดจายั่วโมโหมานาน ในขณะที่คนฟังได้แต่อมยิ้มก่อนจะยอมปิดปากเงียบแต่โดยดี

ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ห้องเก็บเอกสาร รูบี้วางเอกสารลงกับพื้นแล้วไขกุญแจเข้าไป ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องที่เด็กสาวให้คำนิยามในใจว่าห้องมืด เด็กหนุ่มคลำมือในตำแหน่งที่ตนจำได้ว่าสวิตซ์ไฟอยู่ตรงนี้เล็กน้อยก่อนจะกดลงไปเมื่อเจอ ทำให้ห้องสว่างขึ้นในทันที

“รีบๆเก็บเอกสารเถอะ นี่ก็เย็นเต็มทีแล้ว”

รูบี้รับเอกสารจากเด็กสาวเพื่อเอาไปเก็บในชั้นของมัน ในขณะที่แซฟไฟร์มองเด็กหนุ่มซึ่งกำลังเก็บเอกสารอย่างขะมักเขม้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะเมื่ออีกฝ่ายจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เด็กสาวก็พูดขึ้นมาว่า

“เสร็จแล้ว งั้นฉันกลับก่อนล่ะ”

“เดี๋ยวสิ! แซฟไฟร์”

เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อย แล้วหันไปมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ ส่วนรูบี้ที่เป็นคนเรียกนั้นกลับได้แต่ยืนนิ่งด้วยไม่รู้จะทำยังไงต่อดี ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเป็นเด็กหนุ่มที่เอ่ยคำพูดที่ทำให้เด็กสาวใจเต้นผิดจังหวะว่า

“เอ่อ กลับบ้านด้วยกันนะ”

“กลับบ้านด้วยกัน..” แซฟไฟร์ทวนคำพูดของอีกฝ่ายเบาๆ

“อืม..ก็นานๆทีไง ไม่ได้เหรอ?”

“ก็แค่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ปกตินายเคยมาชวนฉันกลับบ้านซะเมื่อไหร่กัน…” เด็กสาวเลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะรู้สึกอยากกัดลิ้นตัวเองเมื่ออีกฝ่ายสวนกลับมาว่า

“แล้วปกติเธอเคยอยู่ให้ฉันชวนบ้างมั้ยล่ะ”

“ช่วยไม่ได้ล่ะนะ วันนี้จะยอมกลับด้วยก็ได้”

แซฟไฟร์ยักไหล่อย่างจนปัญญา อันที่จริงแล้วเธอก็อยากกลับบ้านกับคนตรงหน้าอยู่หรอก แต่เพราะความที่ปากแข็งจึงตอบกลับแบบนั้นไป ในขณะที่รูบี้นั้นถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิดกลับมา ก่อนจะขยับยิ้มอย่างดีใจแทน

เด็กสาวยืนรออยู่หน้าห้องจนกระทั่งรูบี้ปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับไปยังห้องสภานักเรียนอย่างเงียบงัน ทั้งคู่คิดอะไรอยู่นั้นไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือสายสัมพันธ์ของทั้งสองที่เคยถูกทิ้งร้างไว้มานานกำลังก่อตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้งอย่างช้าๆ

—————————-

โอเค หลักๆก็มีตัวละครผู้ถือสมุดภาพโปเกมอนนั่นแหละ จับแยกเป็นสายวิทย์กับสายศิลป์

สายวิทย์ก็มีกรีน(ปี3) ซิลเวอร์(ปี2) คริสตัล(ปี2) รูบี้(ปี1) มิสึรุ(ปี1) เพิล์ล(ปี1) แพลทติน่า(ปี1)

สายศิลป์ก็มีเร้ด(ปี3) บลู(ปี3) เยลโล่ว์(ปี2) โกลด์(ปี2) แซฟไฟร์(ปี1) เอเมอรัล(ปี1) ไดมอนด์(ปี1)

สายวิทย์เกือบทุกคนอยู่สภานักเรียนหมด ยกเว้นเพิล์ล ส่วนสายศิลป์ที่อยู่สภานักเรียนก็มีบลูกับเยลโล่ว์ ส่วนเร้ดต้องเรียกว่าเคยอยู่ แต่ออกจากสภานักเรียนไปด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง (ปัจจุบันมันก็ยังเดินเข้าออกในสภานักเรียนเป็นว่าเล่นอยู่ดี ไม่โดนบลูลากไปเป็นเบ๊ก็ไปยั่วโมโหกรีนเล่นๆ)

ส่วนคู่….เร้ดเยลโล่ว์ กรีนบลู โกลด์คริสตัล รูบี้แซฟไฟร์ เพิล์ลแพลทติน่าครับ!

Pokemon Special FanFic : เรื่องราวป่วนๆในไฮสคูล [Ruby x Sapphire]

One thought on “Pokemon Special FanFic : เรื่องราวป่วนๆในไฮสคูล [Ruby x Sapphire]

  1. […] ข้อมูลทั้งหมดเมคขึ้นเพื่อนำไปใช้ในฟิคซีรี่ส์ “เรื่องราวป่วนๆในไฮสคูล” ครับ มีออกมาแล้วตอนนึงคือของคู่รูบี้แซฟไฟร์ คลิก […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s