Yuru Yuri FanFic : ความในใจ [Kyouko]

Title : ความในใจ

Pairing : Yui x Kyouko x Ayano

Fandom : Yuru Yuri

Note : เวลาในการแต่งฟิคผันแปรกับเวลาในการเล่นทวิตเตอร์และสไกป์ครับ (ข้ออ้างชัดๆ)

.

ฉันควรจะทำยังไงดีนะ..

คนแรกก็เป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็กที่รู้จักดียิ่งกว่าตัวเอง

“มาทำไมน่ะ” เจ้าของห้องถามด้วยน้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ ทำให้เด็กสาวที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องได้แต่เลิกคิ้วกับความเย็นชาของอีกฝ่าย

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็นใบหน้าของผู้ถามในตอนนี้ เธอก็พอจะเดาออกมาอีกฝ่ายต้องกำลังตีหน้าหงุดหงิดอยู่อย่างแน่นอน เด็กสาวนึกอย่างขำๆ แล้วตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงปกติของเธอ หากแต่มันฟังดูกวนประสาทสำหรับอีกฝ่ายว่า

“มาทำการบ้าน ช่วยสอนหน่อยสิ”

อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปสักพักเมื่อเธอตอบกลับไป ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของเด็กสาวเจ้าของห้องที่มีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยและลากเธอเข้าห้องทันทีโดยไม่ถามไถ่อะไรต่อ

“วันนี้ยุยจะทำอะไรกินเหรอ?” เธอถามขึ้นทันทีที่เข้าไปในห้องพลางหันหน้าไปมองครัวด้วยแววตาเปล่งประกาย

ในขณะที่ยุยทำได้แค่ขมวดคิ้วอย่างนึกรำคาญใจแล้วตอบไปอย่างส่งๆว่า “ข้าวไข่เจียวล่ะมั้ง”

“กินด้วยสิ!” แค่ได้ยินก็น้ำลายสอแล้ว กับข้าวฝีมือคนตรงหน้าเธออร่อยจะตายไป เด็กสาวที่เห็นของกินเป็นเรื่องใหญ่คิดในใจ โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายแอบมองปฏิกิริยาของตัวเธอด้วยแววตาแปลกๆ

“ก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องทำการบ้านก่อน เข้าใจนะ”

ยุยว่า ก่อนจะลากเด็กสาวที่เริ่มไม่อยากทำการบ้านแล้วมานั่งแล้วเปิดการบ้านขึ้นมาพร้อมกับต้องคอยปรามอีกฝ่ายที่มัวแต่ก่อกวนไม่หยุดไปด้วย

ส่วนอีกคนก็เป็นเพื่อนที่น่ารักน่าแกล้งมาโดยตลอด

“อายาโนะ!”

เธอตะโกนเรียกออกไป ทำให้ร่างของเด็กสาวผมสีแดงอมม่วงซึ่งกำลังเดินอ่านเอกสารอย่างไม่คิดจะมองทางข้างหน้าต้องสะดุ้งตัวแล้วหันกลับมามองคนเรียกด้วยสีหน้าตกใจ

“ท..โทชิโน่ เคียวโกะ!” เด็กสาวเจ้าของชื่ออายาโนะพูดตะกุกตะกัก ก่อนจะผงะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินมาอยู่ตรงหน้าชนิดตั้งตัวไม่ติด

“ทำอะไรอยู่น่ะ” เด็กสาวชะโงกหน้าไปหา ซึ่งการกระทำนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายเริ่มหน้าแดง ก่อนที่จะแก้เขินโดยการฟาดเอกสารที่กำลังถืออยู่ลงบนหัวจนทำให้คนโดนทำร้ายต้องทรุดตัวลงไปนั่งยองๆพลางกุมหัวตัวเอง

“ตีหัวฉันทำไมอ๊ะ” เธอแสร้งโอดครวญทั้งที่ความจริงไม่เจ็บเลยสักนิด ทำให้อายาโนะถลึงตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อยว่า

“ก็..ใครใช้ให้เธอทำแบบนั้นกันเล่า!”

“เอ๊ะ? ทำแบบไหนเหรอ?” เด็กสาวเอียงคอด้วยความสงสัย อายาโนะขึ้นสีหน้าเล็กน้อยเพราะคำถามที่ว่า ก่อนจะตอบเลี่ยงๆออกไปจนคนถามขมวดคิ้วด้วยความงุนงงว่า

“ก็ที่เธอทำเมื่อกี้ยังไงล่ะ ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว”

ตอบเสร็จก็เดินหนีทันที ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินหนีไปเร็วกว่าเดิมเพราะเสียงตะโกนจากเด็กสาวที่เมื่อกี้ได้จำคำตอบใส่สมองรึเปล่าก็ไม่รู้

“อย่าเดินไปอ่านไปสิ เดี๋ยวก็ชนคนอื่นหรอกนะ”

ทั้งที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ทว่า..

เด็กสาวเดินออกมาจากห้องพยาบาลด้วยสีหน้าที่สดชื่น หลังจากเธอเพิ่งจะแอบหลับในห้องพยาบาลจนกระทั่งเลิกเรียนโดยที่ไม่มีใครรู้ เด็กสาวเดินไปเรื่อยๆอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างของคนสองคนที่เธอรู้จักดี

“หือ..ทำไมสองคนนั้นถึงมาอยู่ด้วยกันได้ล่ะ?” พึมพำเบาๆ ก่อนจะหลบซ่อนตัวอยู่หลังเสาแทบไม่ทันเมื่อเห็นคนทั้งคู่เดินมา ว่าแต่จะหลบทำไมเนี่ย

เด็กสาวมัวแต่งุนงงกับการกระทำของตนเองจนทำให้ไม่ได้ฟังในสิ่งที่คนทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ก่อนจะตั้งใจเงี่ยหูฟังแล้วก็ต้องยืนค้างเมื่อได้ยินประโยคบางอย่างจากเพื่อนสมัยเด็กของตน

…บ้าน่า..เป็นไปไม่ได้หรอก..ไม่มีทาง… เด็กสาวเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง หากแต่เมื่อคิดจะเดินออกไปถาม คำพูดที่เธอไม่คาดคิดว่าจะถูกเอ่ยออกมาจากปากของรองประธานนักเรียนสาวก็ดังขึ้น

“ทำไมกัน…” เด็กสาวที่บัดนี้สติไม่เหลืออีกแล้วพึมพำอย่างใจลอย เมื่อเดินออกมาหลังจากที่เห็นว่าคนทั้งคู่ได้จากไปแล้ว

ฉันน่ะ..อยากจะเป็นคนเห็นแก่ตัวต่อไปเรื่อยๆ

..ทำไมกันนะ.. เด็กสาวคิดไม่ตก หลังจากที่เธอเดินเรื่อยเปื่อยอย่างใจลอยก็ค้นพบว่าตัวเองอยู่ตรงหน้าห้องชมรมเสียแล้ว แต่ทั้งที่รู้ว่าวันนี้คงไม่มีใครมาเพราะต่างก็ติดธุระของตนเองกัน เด็กสาวก็เดินเข้าไปนอนกลิ้งอยู่ในห้องอยู่ดี

“แล้วฉันควรจะทำยังไงต่อไปดีนะ” พึมพำเบาๆ ตัวเธอเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าสองคนนั้นจะ.. แต่ความคิดก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เธอคิดว่าจะไม่มาชมรมในวันนี้

“เคียวโกะจังอยู่คนเดียวเหรอ?” ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอที่พึมพำชื่อของอีกฝ่ายอย่างเหม่อลอยว่า

“อาคาริ..”

ถึงอย่างนั้น…จิตสำนึกกลับร่ำร้องให้ตัดสินใจได้แล้ว

“เคียวโกะจังดูเครียดแปลกๆนะ มีอะไรรึเปล่า” อาคาริถามขึ้นพลางมองหน้าเด็กสาวอย่างสงสัย

ด้านเด็กสาวผู้ถูกถามก็ลุกขึ้นมานั่งแล้วตอบกลับไปด้วยท่าทางที่ไม่สมกับเป็นตัวเธอเองสุดๆว่า “ก็แบบว่า…มีเรื่องต้องให้คิดนิดหน่อยน่ะ” แถมเป็นเรื่องใหญ่ซะจนเธอคิดไม่ตกอีกตะหาก เด็กสาวคิด แต่พอนึกๆไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีจนได้แต่นอนเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวเนี่ยล่ะ

“เรื่องอะไรงั้นเหรอ? เผื่ออาคาริจะช่วยอะไรได้บ้าง” อาคาริเอ่ยอย่างใสซื่อจนเด็กสาวที่เริ่มอยากหาคนมาปรึกษาด้วยรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเล่าเรื่องให้อีกฝ่ายฟัง หากแต่เลี่ยงไม่เอ่ยชื่อแทน

“เคียวโกะจังคิดว่าคนๆนั้นชอบใครที่สุดล่ะ?” อาคาริพูดขึ้นหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากอีกฝ่าย และเพราะคำตอบนั้นเองทำให้เด็กสาวนิ่งเงียบไป ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยต่อขึ้นมาว่า

“ตัดสินใจตามความรู้สึกตัวเองน่าจะดีที่สุดนะ ลองไปบอกเพื่อนคนนั้นของเคียวโกะจังดูสิ”

เด็กสาวผุดยิ้มขึ้นมาอย่างคนที่เพิ่งเจอทางออก เธอหันไปยิ้มกับอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้นว่า “ขอบใจนะ อาคาริ”

ทว่า…เมื่อตัดสินใจได้ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตาลปัตรไปหมด…

เด็กสาวกำลังเดินหาใครบางคนอยู่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่เจออยู่ดีจนเธอเริ่มถอดใจกับการตามหาเพื่อนสมัยเด็กของตนเองแล้ว สุดท้ายก็เลยได้แต่เดินเรื่อยเปื่อยแทน ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างของคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ ขณะจะเดินเข้าไปหานั้นก็บังเอิญเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆคนที่เธออยากคุยด้วยพอดี

“จินัตสึจังนี่น่า..” มีอะไรกันน่ะ.. เด็กสาวหลบไปข้างๆก่อนจะฟังสิ่งที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอย่างตั้งใจ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วอย่างขัดใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงของคนทั้งสองเลย

ขณะจะขยับตัวเดินเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมๆกับเรี่ยวแรงที่หายไปอย่างกะทันหันเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่เธอไม่อยากเห็นที่สุด…ภาพที่เพื่อนสนิทของตนกำลังจูบกับรุ่นน้องสาวนั่นเอง

เด็กสาวรู้สึกเหมือนมีใครมาตีแสกหน้าของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้น ทำให้ไม่ทันได้เห็นต่อว่ายุยแทบจะผละตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบปฏิเสธไปด้วยความรู้สึกผิดที่เด็กสาวผู้จากไปแล้วไม่มีวันได้เห็น

รู้สึกเหมือนโลกกำลังพังทลายลงมา…ถ้าตอนนั้น…

เด็กสาวหยุดยืนอยู่ตรงหลังโรงยิมอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อนั้น เสียงของคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะอยู่แถวนี้มาก็ดังขึ้น

“โทชิโน่ เคียวโกะ..” อายาโนะนั่นเองที่พูดขึ้นมา

“อายาโนะมาทำอะไรแถวนี้เหรอ” เด็กสาวที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครจึงแสร้งทำหน้าร่าเริงออกไปพร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งๆที่หัวใจรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงอยู่แท้ๆ

“มีธุระนิดหน่อยน่ะ” อายาโนะตอบกลับพร้อมกับมองเด็กสาวที่กำลังเสแสร้งทำเป็นร่าเริงอยู่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแทน

“ธุระอะไรเหรอ?” เธอฝืนถามออกไปทั้งๆอย่างนั้น

ทว่าอายาโนะก็ไม่ตอบกลับมา แต่เดินมายืนข้างๆจนเด็กสาวได้แต่นึกสงสัย แต่ก่อนจะได้ถามอะไรต่อนั้น อีกฝ่ายก็เอ่ยอะไรบางอย่างออกมาที่ทำให้หัวใจของเธอรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาและตอนนั้นเองที่เธอตัดสินใจอะไรบางอย่าง

ถ้าตอนนั้น..ฉันไม่ได้ยินเรื่องราวในวันนั้นก็คงจะดีกว่านี้สินะ…

“อายาโนะ!” เด็กสาวร้องเรียกรองประธานนักเรียนสาวที่กำลังจะเดินผ่านหน้าห้องไป ทำให้ผู้ถูกเรียกนั้นหยุดเดินทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เรียกตนเป็นใคร

“โทชิโน่ เคียวโกะ? มีอะไรงั้นเหรอ?” อายาโนะเอียงคอมองเด็กสาวซึ่งมีอาการลุกลี้ลุกลนอย่างประหลาดใจ ก่อนที่จะขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นมาว่า

“คือว่า…ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะ ไปด้วยกันหน่อยได้มั้ย?”

ทันทีที่พูดจบเด็กสาวก็เดินนำไปอีกทางทันที โดยปล่อยให้อายาโนะต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไปด้วยความสงสัยปนแปลกใจอย่างมาก

เพราะกว่าจะรู้ตัวว่าทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิด..

“เธอ…พูดจริงใช่มั้ย?” อายาโนะถามเสียงเครือคล้ายกับจะร้องไห้เต็มทนและนั่นก็ทำให้ผู้ถูกถามนิ่งเงียบไป เด็กสาวหลุบตาลงเล็กน้อยอย่างคนกำลังคิดหนัก ก่อนจะปรือตาขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง

“อืม…อายาโนะ เป็นแฟนกับฉันได้รึเปล่า?” เอ่ยออกไปอย่างยากลำบาก ทั้งที่ตัดสินใจไปแล้วแท้ๆ แต่ทำไมกันนะ..ทำไมถึงรู้สึกเจ็บแบบนี้ล่ะ นี่ฉัน..คิดถูกแล้วใช่มั้ย… เด็กสาวคิดอย่างสับสน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ทันได้สังเกตดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนแกมเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่เลยเพราะมัวแต่นั่งอึ้ง

“ได้สิ” อายาโนะยิ้มออกมาอย่างดีใจ ทำให้เด็กสาวที่กำลังมองรอยยิ้มนั้นอยู่ยิ่งรู้สึกผิดกับอีกฝ่ายมากเข้าไปอีก แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอเองก็ถอยกลับไปไม่ได้แล้วเหมือนกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กสาวก็เดินไปหาอายาโนะ ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อเป็นหลักให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา

มันก็สายไปเสียแล้ว…

“คบกันแล้วสินะ ยินดีด้วยนะ”

ทันทีที่อีกฝ่ายพูดออกจบ เด็กสาวเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ยุยร้องไห้! ทำไมกันล่ะ..ยุยไม่ได้ชอบจินัตสึจังงั้นเหรอ วินาทีนั้นเองที่เด็กสาวรู้สึกว่าเธอได้ทำเรื่องผิดพลาดชนิดที่ไม่อาจให้อภัยได้อีกลงไปเสียแล้ว

“ยุย..เป็นอะไรไปน่ะ…” เด็กสาวถามออกไปอย่างตกตะลึง นี่เธอ..ทำอะไรลงไปน่ะ…

“ไม่มีอะไรหรอก..ขอตัวนะ” ยุยพูดตัดบท ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจวิ่งหนีจากที่แห่งนี้ทันทีโดยไม่อยู่รอฟังคำอธิบายจากเธอเลย

“เดี๋ยว!”

ได้แต่ร้องห้ามเสียงหลงออกไป เพราะตอนนี้เธอรู้สึกหมดแรงจนขยับตัวเดินไม่ออก สมองขาวโพลนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว ก่อนจะสะดุ้งตัวเมื่ออายาโนะแตะไหล่ตัวเธอเบาๆพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า

“ไม่ตามไปเหรอ?” เด็กสาวหันไปมองคนพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อกี้อายาโนะพูดว่าให้ตามไปงั้นเหรอ..ทำไมกันล่ะ?

“แต่ว่า…ถ้าตามไป…” แล้วเธอจะไม่เป็นอะไรงั้นเหรอ เด็กสาวต่อประโยคในใจเนื่องจากไม่กล้าพูดออกมา ก่อนจะช็อกจนแทบจะหยุดหายใจเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคต่อมาด้วยเสียงสั่นเครือว่า

“ก็โทชิโน่ เคียวโกะน่ะ…รักคุณฟุนามิไม่ใช่เหรอ..”

เป็นความผิดของฉันเองที่มัวแต่ลังเล..จนทุกอย่างผิดเพี้ยนไปหมด

“เธอ…รู้..” เด็กสาวคราง ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันจากอีกฝ่ายด้วยการพยักหน้า ทำให้เด็กสาวยิ่งหมดเรี่ยวหมดแรงจนเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้นเสียแล้วถ้าไม่ได้อายาโนะจับแขนไว้ไม่ให้ล้มลง

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…” พึมพำเสียงเบายิ่งกว่ากระซิบ แต่อายาโนะก็ไม่ตอบในทันทีและทำในสิ่งที่เด็กสาวไม่คาดคิดมาก่อนนั่นก็คือ..การดึงตัวเธอเข้าไปกอด

“รู้มาสักพักแล้วล่ะ ก็สายตาที่เธอใช้มองคุณฟุนามิน่ะมันไม่ใช่สายตาแบบเพื่อนมองเพื่อนเลยนี่น่า ที่สำคัญนะ..หลังจากที่เธอคบกับฉันน่ะ…เธอไม่เคยมองฉันแบบปกติอีกเลย คงไม่รู้ตัวเลยสินะว่าแววตาของเธอที่มองมาน่ะมันมีแต่ความรู้สึกผิดเต็มไปหมดเลย เพราะอย่างงั้นฉันถึงได้รู้..ว่าเธอน่ะไม่เคยคิดกับฉันเกินกว่าคำว่าเพื่อนเลยสักนิด…”

อายาโนะสวมกอดเด็กสาวแน่นกว่าเดิม แต่เด็กสาวก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะมัวแต่ยืนอึ้งกับคำพูดของอีกฝ่ายอยู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะผละออกไปพร้อมกับพูดทั้งน้ำตาที่ไหลตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ว่า

“ตามไปสิ ถ้าไม่ตามไปเธออาจจะเสียใจภายหลังก็ได้นะ”

จะสายไปมั้ย..ถ้าฉันอยากจะพูดคำว่า…

สักพักใหญ่แล้วที่เด็กสาววิ่งตามหาใครบางคนอยู่ เธอวิ่งแทบจะรอบโรงเรียนอยู่แล้วนะ ยุยหายไปไหนเนี่ย เด็กสาวบ่นแต่ถึงกระนั้นก็ยังคงวิ่งต่อไปอยู่ดี ก่อนจะไปเจอร่างโปร่งของคนที่เธอตามหาอยู่กำลังเดินออกมาจากด้านหลังของโรงยิม

“เคียวโกะ?” ยุยอุทานขึ้น แล้วตัดสินใจเดินผ่านไปเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตน แต่ก็ต้องชะงักหยุดเมื่อเด็กสาวคว้าข้อมือไว้

“ยุย..คือว่าฉัน…มีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะ” เด็กสาวพูดออกไปทันทีด้วยหวังว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่จะดีขึ้น แต่เธอก็คิดผิด

“เรื่องอะไรล่ะ..?” ยุยตอบกลับอย่างเย็นชา ทำให้เด็กสาวถึงกับสะอึกกับคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะกลั้นใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้อยู่จนหมดสิ้นออกไปว่า

“ยุย ฉันน่ะ..ฉันรักเธอนะ แต่..แต่ฉันฉันคิดว่าเธอคบอยู่กับจินัตสึจังก็เลยไม่กล้าพูดออกไปน่ะ ฉัน..ฉันก็เลย..ก็เลยขอคบกับอายาโนะแทนน่ะ แต่ว่านะ…ฉันไม่ได้คิดอะไรกับอายาโนะเลยนะ ฉัน..ฉัน…”

ยุยกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ดวงตาฉายแววโรจน์ ร่างกายสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ แล้วตัดสินใจพูดตัดบทอีกฝ่ายขึ้นมา

“พูดอะไรของเธอน่ะ..”

“เอ๊ะ? ก็..” เด็กสาวชะงักไป เมื่อกี้ยุยพูดว่าอะไรนะ..

“พูดอะไรของเธอออกมาน่ะ! เธอบ้าไปแล้วรึไงกัน! แล้วอายาโนะล่ะ…เธอคบกับอายาโนะอยู่ไม่ใช่รึไงกัน!!”

ยุยตวาดออกไปด้วยความทนไม่ได้กับคำพูดของอีกฝ่าย ในขณะที่เคียวโกะฟังคำพูดเหล่านั้นด้วยความช็อก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาจากปากของอีกฝ่ายที่จากไปพร้อมกับความโกรธว่า

“ไปขอโทษอายาโนะซะ..แล้วก็…อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ”

…ขอโทษนะ…

—————————

จะมีใครฆ่าคนแต่งมั้ยครับ 555555555555

สำหรับบทสรุปของเรื่องนี้ ผมจะให้คนที่ซื้อฟิคผมได้อ่านก่อนนะครับ

ไว้รายละเอียดมาพร้อมกว่านี้เมื่อไหร่จะมาบอกอีกทีครับ!

Yuru Yuri FanFic : ความในใจ [Kyouko]

3 thoughts on “Yuru Yuri FanFic : ความในใจ [Kyouko]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s